คดีที่เอกชนฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่ออกทับที่ดินของตน โดยอ้างว่าการออกหนังสือสำคัญดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิท
แม้ผู้ฟ้องคดีจะมีคำขอให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงโดยอ้างว่าเป็นการออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่การที่ศาลจะมีคำพิพากษาตามคำขอดังกล่าวได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ใน
คดีระหว่างนางปาน ลาจำนงค์ ผู้จัดการมรดกของนายโอ๊ะ ลาจำนงค์ ที่ 1 นางอนงค์ กุมรัมย์ ผู้จัดการมรดกของนายจันทร์ เกตุชาติ ที่ 2 ผู้ฟ้องคดี อธิบดีกรมที่ดิน ที่ 1 สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขาลำปลายมาศ ที่ 2 องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองยาง ที่ 3 องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านยาง ที่ 4 ผู้ถูกฟ้องคดี เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้จัดการมรดกของบุคคลซึ่งครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก. และ น.ส.3) ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงทับที่ดินดังกล่าว และร่วมกันรังวัดปักป้ายประกาศเป็นที่สาธารณประโยชน์ ผู้ฟ้องคดีจึงฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงและคืนสิทธิ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 13/2560นางปาน ลาจำนงค์ ผู้จัดการมรดกของนายโอ๊ะ ลาจำนงค์ที่1 กับพวกรวม 2 คนผู้ฟ้องคดีอธิบดีกรมที่ดิน ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.ที่ดิน ป.พ.พ. คดีที่เอกชนทั้งสองยื่นฟ้องหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ร่วมกันรังวัดและออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงทับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) ของผู้ฟ้องคดีทั้งสองและปักป้ายประกาศว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์รุกล้ำที่ดินพิพาท ขอให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงและให้คืนสิทธิในที่ดินแก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน การออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงชอบด้วยกฎหมาย เห็นว่า แม้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองจะมีคำขอให้ศาลเพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง โดยอ้างว่าเป็นการออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม แต่การที่ศาลจะมีคำพิพากษาตามคำขอของผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดีทั้งสองตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑๓/๒๕๖๐ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ เรื่อง คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลปกครองนครราชสีมา ระหว่าง ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลปกครองนครราชสีมาโดยสำนักงานศาลปกครองส่งเรื่องให้คณะกรรมการวิน