ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 15/2560

ประเด็นกฎหมาย

คดีที่พนักงานอัยการฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐในข้อหาทุจริตเกี่ยวกับโครงการบำบัดน้ำเสีย และผู้เสียหายยื่นคำร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 นั้

หลักกฎหมาย

เมื่อการฟ้องคดีอาญาและการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งมีมูลเหตุจากการกระทำเดียวกันซึ่งเป็นการทุจริตอันเป็นความผิดอาญาเป็นหลัก มิใช่เกิดจากการใช้อำนาจทางปกครอง การพิจารณาคดีส่วนแพ่งจึงต้องเป็นไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 และ 46 ซึ่งบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

พนักงานอัยการฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐสังกัดกรมควบคุมมลพิษฐานร่วมกันทุจริตเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย กรมควบคุมมลพิษในฐานะผู้เสียหายยื่นคำร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 โดยคดีมีมูลมาจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งชี้มูลความผิดและส่งเรื่องให้ดำเนินคดีอาญาและทางละเมิด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 15/2560ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองกลางศาลผู้รับความเห็นพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายปกิต กิระวานิช ที่ 1 กับเพื่อนรวม 3 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.อ. ป.วิ.อ. พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 คดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดกรมควบคุมมลพิษซึ่งมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการดำเนินการโครงการออกแบบก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียในเขตควบคุมมลพิษ จังหวัดสมุทรปราการ กล่าวหาว่าร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑, ๑๕๗ กรมควบคุมมลพิษ ผู้เสียหายยื่นคำร้องเรียกค่าเสียหายส่วนแพ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๔/๑ ว่า เป็นผู้เสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม ขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เห็นว่า คดีนี้มีมูลเหตุมาจากการกล่าวอ้างว่า โครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียมีการทุจริตจนนำไปสู่การไต่สวนของ ป.ป.ช. และมีมติชี้มูลความผิดของจำเลยทั้งสามกับส่งเรื่องให้ผู้เสียหายออกคำสั่งเรียกร้องให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายทางละเมิด และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินคดีอาญา ผู้เสียหายใช้สำนวนของ ป.ป.ช. เป็นหลักในการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดจากการกระทำของจำเลยทั้งสามแล้วออกคำสั่งที่ ๑๑๗/๒๕๕๗ ให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายตามส่วนของแต่ละคน และศาลอาญาก็ใช้สำนวนการสอบสวนของ ป.ป.ช. ในการพิจารณาคดีเป็นหลักเช่นเดียวกัน ตามพระราชบัญญัติ