ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจศาลในการพิจารณาคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน
คดีที่ฟ้องเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดิน เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์เป็นเอกชนฟ้องจำเลยซึ่งเป็นเอกชน เจ้าหน้าที่รัฐ และหน่วยงานทางปกครอง อ้างว่าจำเลยร่วมกันออกโฉนดทับที่ดินของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้เพิกถอนโฉนดและนิติกรรมที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกค่าเสียหาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 20/2559ศาลจังหวัดนครพนมศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองอุดรธานีศาลผู้รับความเห็นนายโกสิทธิ์ อติวรรณกุลโจทก์นายมานะ ภาโสม ที่ 1 กับพวกรวม 8 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๘ ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน และจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๗ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และจำเลยที่ ๖ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ว่า โจทก์เป็นเจ้าของและครอบครองที่ดิน ตาม น.ส. ๓ ก. จำนวน ๔ แปลง โดย น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๑๓๑๑ และเลขที่ ๑๔๒๓ โจทก์ซื้อมาจากผู้มีชื่อ แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนโอน ได้ถูกจำเลยที่ ๒ นำชี้แนวเขตที่ดินรุกล้ำเข้าไปในแนวเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสี่แปลง และจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๕ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินได้ออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยที่ ๒ ทับที่ดินของโจทก์ดังกล่าวบางส่วน จากนั้นจำเลยที่ ๒ ได้ขายที่ดินตามโฉนดดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๑ และ จำเลยที่ ๑ ได้นำที่ดินดังกล่าวไปจำนองเป็นประกันหนี้ไว้กับจำเลยที่ ๘ ทั้งที่จำเลยที่ ๒ ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน ไม่มีสิทธิในที่ดินส่วนที่ออกโฉนดทับที่ดินของโจทก์ การกระทำของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ เป็นการร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๖ และที่ ๗ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาจึงต้องร่วมรับผิด และการซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ กับการจดทะเบียนจำนองระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๘ ตกเป็นโมฆะ ขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินพิพาทในส่วนที่ออกทับที่ดินของโจทก์ เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายและนิติกรรมจำนอง และให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย ส่วนจำเลยทั้งแปดให้การในทำนองเดียวกันว่า โจทก์มิใช่เจ้าของผู้ครอบครองที่ดินตาม น.ส. ๓