ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1295/2560นายสมฤทธิ์ โสบุญโจทก์นางหนูพร นาคเสน กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1367, ม. 1373แม้โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทอันจะทำให้โจทก์ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1367 ว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ส่วนฝ่ายจำเลยเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินพิพาท ก็ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 ว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองเช่นกัน แต่มาตรา 1367 เป็นเพียงบทบัญญัติทั่วไป เมื่อที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีโฉนดที่ดินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนไว้ในทะเบียนที่ดิน ซึ่งกฎหมายต้องการให้แสดงออกซึ่งกรรมสิทธิ์ในทางทะเบียนยิ่งกว่าการครอบครอง จึงต้องบังคับตามมาตรา 1373 ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่โจทก์โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 1309 ตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดหนองคาย (บึงกาฬ) เนื้อที่ 10 ไร่ 1 งาน 14 ตารางวา จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้องและจำเลยที่ 2 ฟ้องแย้งขอให้ขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาท โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตั้งแต่รับฟ้องแย้งเป็นไม่รับฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 นางมะลิวัลย์ และโจทก์เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน และมารดาแบ่งที่ดินให้บุตรคนละประมาณ 10 ไร่ เมื่อเดือนตุลาคม 2525 จำเลยที่ 1 ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาท ต่อมาวันที่ 25 เมษายน 2541 จำเลยที่ 1 ขอเปลี่ยนหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นโฉนดที่ดิน ครั้นวันที่ 1 พฤษภาคม