สัญญาจ้างสร้างและติดตั้งซุ้มเฉลิมพระเกียรติเป็นสัญญาทางแพ่งหรือสัญญาทางปกครอง และศาลใดมีอำนาจพิจารณาพิพากษา
สัญญาจ้างทำของตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งหน่วยงานทางปกครองเป็นคู่สัญญา แต่ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาให้เอกชนจัดทำบริการสาธารณะ หรือสัญญาจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค ถือเป็นสัญญาทางแพ่ง อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลยุติธรรมที่มีเขตอำนาจเหนือคดีนี้
เทศบาลตำบลหนองสอทำสัญญาจ้างเอกชนสร้างและติดตั้งซุ้มเฉลิมพระเกียรติ โดยมีลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของ มิใช่สัญญาทางปกครอง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 64/2559คำพิพากษาศาลปกครองขอนแก่น ศาลผู้ส่งความเห็นคำพิพากษาศาลฎีกาศาลผู้รับความเห็นเทศบาลตำบลหนองสอผู้ร้อง พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 ข้อบังคับคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าด้วยวิธีการเสนอเรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัย พ.ศ.2544 คดีที่เทศบาลตำบลหนองสอ ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยชี้ขาดกรณีคำพิพากษาที่ถึงที่สุดระหว่างศาลยุติธรรมและศาลปกครองขัดแย้งกันว่าผู้ร้องจะต้องชำระเงินค่าจ้างตามสัญญาจ้างสร้างและติดตั้งซุ้มเฉลิมพระเกียรติให้แก่เอกชนผู้รับจ้างตามจำนวนที่กำหนดไว้ในคำพิพากษาศาลปกครองขอนแก่นหรือคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งกำหนดจำนวนเงินค่าจ้างที่ผู้ร้องต้องรับผิดไว้แตกต่างกัน เห็นว่า การจะพิจารณาว่าผู้ร้องต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลใดตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ นั้น จำต้องพิจารณาถึงเจตนารมณ์ของการจัดตั้งศาลเป็นระบบศาลคู่ซึ่งได้แก่ ความมุ่งหมายให้ประชาชนได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีจากศาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ข้อพิจารณาตามคำร้องนี้จึงมีว่า สัญญาจ้างสร้างและติดตั้งซุ้มเฉลิมพระเกียรติ เป็นสัญญาที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง เมื่อพิจารณาเนื้อหาของสัญญาที่พิพาทแล้วเป็นเพียงการว่าจ้างให้เอกชนสร้างและติดตั้งซุ้มเฉลิมพระเกียรติ โดยผู้ว่าจ้างประสงค์เพียงผลสำเร็จแห่งการที่ทำอันอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานเท่านั้น และผู้รับจ้างก็ประสงค์เพียงค่าจ้างจากการสร้างและติดตั้งซุ้มเฉลิมพระเกียรติดังกล่าว อันมีลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของ ตามมาตรา ๕๘๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงเป็นสัญญาท