คดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นเอกชนให้ชำระค่ารักษาพยาบาลตามสัญญา โดยมีหน่วยงานทางปกครองเป็นจำเลยร่วม อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง
คดีพิพาทระหว่างเอกชนด้วยกันเกี่ยวกับสัญญาเข้ารับการรักษาพยาบาลซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาทางแพ่ง อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม แม้จะมีหน่วยงานทางปกครองเป็นจำเลยร่วม แต่เมื่อประเด็นความรับผิดของจำเลยร่วมเกี่ยวพันกับข้อพิพาททางแพ่ง คดีย่อมอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม
คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์เป็นโรงพยาบาลเอกชนฟ้องจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเอกชนให้ชำระค่ารักษาพยาบาลตามสัญญา จำเลยทั้งสองขอให้เรียกสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองเข้าเป็นจำเลยร่วม โดยอ้างว่าการเจ็บป่วยเป็นกรณีฉุกเฉินที่จำเลยร่วมต้องชำระค่ารักษาเต็มจำนวน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 109/2559ศาลจังหวัดตลิ่งชันศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองกลางศาลผู้รับความเห็นบริษัทโรงพยาบาลธนบุรี จำกัด (มหาชน) โจทก์นางสำรวย โสภจารีย์ ที่ 1 กับพวกรวม 2จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ข้อบังคับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยการใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุข กรณีมีเหตุสมควร กรณีอุบัติเหตุ หรือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๕ คดีที่โจทก์เป็นผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่ค้างชำระ เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ กรณีเข้ารับการตรวจรักษาและเข้าพักรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลโจทก์ โดยจำเลยที่ ๒ เข้าผูกพันตนเข้ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของจำเลยที่ ๑ อันเป็นคดีพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกันเกี่ยวกับสัญญาเข้ารับการรักษาพยาบาลซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาทางแพ่ง คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ส่วนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จำเลยร่วม ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แม้จำเลยทั้งสองกล่าวอ้างในคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกเข้าเป็นจำเลยร่วมว่า การเจ็บป่วยของจำเลยที่ ๑ เป็นกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินซึ่งจำเลยร่วมมีหน้าที่ชำระค่ารักษาพยาบาลของจำเลยที่ ๑ ให้แก่โรงพยาบาลโจทก์เต็มจำนวน ตามข้อบังคับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยการใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุข กรณีมีเหตุสมควร กรณีอุบัติเหตุ หรือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๕ มิใช่ตามจำนวนที่จำเลยร่วมจ่ายให้โจทก์ไปเพียงบางส่วน แต่เมื่อโจทก์ฟ้องค