ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 36/2560

ประเด็นกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่ถูกเวนคืนโดยไม่ได้รับค่าทดแทน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง

หลักกฎหมาย

คดีที่ต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เป็นการฟ้องขอให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม

คำวินิจฉัย

คดีนี้เป็นการฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดี อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

เอกชนฟ้องกรมทางหลวงว่าดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินตัดผ่านที่ดินโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ต่อมามีพระราชกฤษฎีกาเวนคืนแต่ไม่จ่ายค่าทดแทน กรมทางหลวงให้การว่าที่ดินได้มาโดยการอุทิศและครอบครองมา 30 ปีแล้วตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน คู่ความโต้แย้งกันว่าที่ดินพิพาทเป็นของฝ่ายใด

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 36/2560ศาลปกครองอุดรธานีศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดอุดรธานีศาลผู้รับความเห็นนายทองใบ พาระพงษ์ ที่ 1 กับพวกรวม 21 ผู้ฟ้องคดีกรมทางหลวง ผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีที่เอกชนยื่นฟ้องกรมทางหลวงซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองว่า ดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงแผ่นดิน ตัดผ่านที่ดินบางส่วนในแต่ละแปลงของผู้ฟ้องคดีแต่ละคนโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ต่อมามีการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินสายดังกล่าว แต่ไม่จ่ายค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืน ขอให้จ่ายเงินค่าทดแทนที่ดิน และค่าเสียหายจากการขาดการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า ที่ดินที่ใช้ก่อสร้างได้มา โดยราษฎรร่วมกันอุทิศให้ก่อสร้าง ผู้ถูกฟ้องคดีได้ครอบครองใช้ประโยชน์เป็นทางหลวงเป็นเวลาประมาณ ๓๐ ปี จึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และที่ดินที่ทางหลวงตัดผ่านไม่ใช่ที่ดินของ ผู้ฟ้องคดี จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกร้องค่าทดแทนที่ดิน ผู้ถูกฟ้องคดีได้ก่อสร้างทางหลวงโดยชอบด้วย กฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า ตามคำฟ้องและคำให้การ คู่ความยังโต้แย้งกันอยู่ว่าที่ดินพิพาท เป็นของฝ่ายใด ดังนั้น การที่ศาลจะมีคําพิพากษาหรือคําสั่งได้นั้น จําต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินที่ใช้ก่อสร้างถนนทางหลวงพิพาทเดิมนั้นเป็นของผู้ฟ้องคดีตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นที่สาธารณประโยชน์เป็นสําคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นต่อไป คดีนี้จึงเป็นการฟ้องขอให้ศาล มีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดี อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม()แหล่งที่มาส่วนเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนกหมายเลขคดีดำศาล