ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 45/2560

ประเด็นกฎหมาย

ข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่โจทก์ทั้งเจ็ดมีสิทธิครอบครองหรือเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของที่ดินราชพัสดุ และที่ดินตามหนังสือสำคัญสำหรับ

หลักกฎหมาย

เมื่อคดีนี้มีมูลความแห่งคดีเป็นเรื่องเดียวกันกับคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด จึงเห็นควรให้คดีนี้ได้รับการพิจารณาพิพากษาโดยศาลปกครอง

คำวินิจฉัย

ให้คดีนี้ได้รับการพิจารณาพิพากษาโดยศาลปกครอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทั้งเจ็ดเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหลักฐาน ส.ค. 1 ต่อมาจำเลยที่ 2 แจ้งให้โจทก์รื้อถอนและออกจากที่ดินพิพาทโดยอ้างว่าเป็นที่ดินราชพัสดุหวงห้ามไว้ใช้ในราชการทหาร ต่อมาโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ได้ยื่นฟ้องกองทัพภาคที่ 2 และเจ้าพนักงานที่ดินต่อศาลปกครองนครราชสีมาในเรื่องเดียวกัน และคดีดังกล่าวอยู่ระหว

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 45/2560ศาลจังหวัดนครราชสีมาศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองนครราชสีมาศาลผู้รับความเห็นนายถวิล เต็มเมืองปัก ที่ 1 กับพวกรวม 7 โจทก์กระทรวงกลาโหม ที่ 1 กับพวกรวม 5 จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518 คดีนี้ โจทก์ทั้งเจ็ดเป็นเอกชนฟ้องสรุปได้ว่า โจทก์ทั้งเจ็ดเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหลักฐาน ส.ค. ๑ เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ จำเลยที่ ๒ ในฐานะเสนาธิการกองยุทธการ กองทัพภาคที่ ๒ ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม จำเลยที่ ๑ แจ้งให้โจทก์ทั้งเจ็ดรื้อถอนและออกจากที่ดินพิพาท เนื่องจากที่ดินของโจทก์ทั้งเจ็ดอยู่ในเขตที่ดินราชพัสดุซึ่งได้ประกาศหวงห้ามไว้ใช้ในราชการทหารตามประกาศของนายอำเภอปักธงชัย เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๔๙๖ และหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง โดยโจทก์ทั้งเจ็ดมีคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ให้ขับไล่จำเลยทั้งห้าและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ให้เพิกถอนประกาศของนายอำเภอปักธงชัย เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๔๙๖ ให้เพิกถอนที่ดินราชพัสดุและหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงพิพาท และให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนจำเลยทั้งห้าให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตที่ดินราชพัสดุซึ่งใช้ในราชการทหาร เห็นว่า จากการบรรยายฟ้องเหตุแห่งความเดือดร้อนเสียหายของโจทก์ทั้งเจ็ดเกิดจากการที่เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ จำเลยที่ ๒ ขับไล่โจทก์ทั้งเจ็ดออกจากที่ดินพิพาทโดยอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินราชพัสดุมีเนื้อที่ ๖,๗๐๐ ไร่เศษ ซึ่งโจทก์ทั้งเจ็ดเห็นว่าไม่ถูกต้องเนื่องจากที่ดินราชพัสดุ มีเนื้อที่ ๔,๖๘๗ ไร่ และไม่ได้รวมเอาที่ดินพิพาทของ