ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 49/2560

ประเด็นกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินว่าเป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองหรือเป็นที่สาธารณประโยชน์ และการกระทำของจำเลยในการขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเป็น

หลักกฎหมาย

การกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการดูแลรักษาและคุ้มครองที่สาธารณะ มิใช่การใช้อำนาจในทางปกครอง ดังนั้นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินจึงไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม

คำวินิจฉัย

คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเอกชนฟ้องนายอำเภอและเทศบาลว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน ส.ค. 1 แต่จำเลยนำรังวัดเพื่อออก น.ส.ล. รุกล้ำที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่สาธารณประโยชน์ 'ทุ่งปลายแก้ว 1' โจทก์โต้แย้งว่าเป็นที่ดินที่ตนครอบครองทำประโยชน์โดยมีหลักฐาน ส.ค. 1

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 49/2560ศาลจังหวัดจันทบุรีศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองระยองศาลผู้รับความเห็นนางสมส่วน วานิชเจริญธรรม โจทก์นายอำเภอมะขาม ที่ 1 กับพวกรวม 2จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องนายอำเภอซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเทศบาลซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน ส.ค. ๑ โจทก์ยื่นขอออกโฉนดที่ดิน ผู้ปกครองท้องที่ ไม่ยอมรับรองแนวเขต จึงไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ ต่อมาจำเลยทั้งสองร่วมกันนำรังวัดเพื่อออก น.ส.ล. รุกล้ำที่ดินของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสอง พร้อมบริวารเข้าเกี่ยวข้องและงดการออก น.ส.ล. หรือเพิกถอน น.ส.ล. และถอนการขอรังวัดออก น.ส.ล. ในที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่สาธารณประโยชน์ "ทุ่งปลายแก้ว ๑" อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน และยังมิได้ออก น.ส.ล. โจทก์อ้างการครอบครองที่ดินโดยไม่มีหลักฐานแสดงสิทธิในที่ดิน ส่วน ส.ค. ๑ ที่โจทก์ไปขอออก โฉนดที่ดินเป็นคนละแปลงกันกับที่ดินที่โจทก์อ้างการครอบครอง จำเลยทั้งสองจึงชอบที่จะขอออก น.ส.ล.ได้ ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า ที่ดินพิพาทในคดีนี้เป็นที่ดินที่จำเลยทั้งสองในฐานะผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน อ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตน ซึ่งยังมิได้มีการออกหนังสือสำคัญ สำหรับที่หลวง แต่โจทก์โต้แย้งว่าไม่ใช่ที่สาธารณประโยชน์ หากแต่เป็นที่ดินที่โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ต่อมาจากเจ้าของที่ดินเดิมโดยมีหลักฐานการครอบครองเป็น ส.ค. ๑ กรณีจึงเป็นค