ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4224/2560
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4224/2560นายวิเชษฐ์ ศรีทองเพิงโจทก์นางสุคนธรส ศรีทองเพิงหรือบุญเพ็ชรแก้วจำเลย ป.พ.พ. ม. 1474 ป.วิ.พ. ม. 138 วรรคสอง, ม. 145 วรรคหนึ่งโจทก์กล่าวอ้างมาในฟ้องเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสที่โจทก์ขอแบ่ง ได้แก่ ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงว่าโจทก์จำเลยร่วมกันซื้อที่ดินดังกล่าว โดยให้จำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ในวันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์มาศาลด้วยตนเองและยังมีทนายความโจทก์มาศาลและร่วมลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมด้วย โจทก์มีโอกาสที่จะคัดค้านข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความได้ในขณะที่ทำสัญญาหากไม่เป็นไปตามความประสงค์ของโจทก์ แต่เมื่อโจทก์ไม่คัดค้าน ย่อมแสดงว่าโจทก์พอใจในผลแห่งสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว จึงได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลย เมื่อศาลพิพากษาตามยอมแล้วคำพิพากษานั้นย่อมผูกพันคู่ความ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ในภายหลังโจทก์จะมาอ้างว่าทำสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะโจทก์ถูกเอาเปรียบและเสียหายจากการฉ้อฉลของจำเลยในวันทำสัญญาทั้ง ๆ ที่ในสัญญาประนีประนอมยอมความก็ไม่ได้มีเหตุทุจริตผิดกฎหมาย หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลงกันอันจะเป็นเหตุที่จะขอเพิกถอนได้ ตามมาตรา 138 วรรคสองโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนหย่ากับโจทก์ ณ สำนักทะเบียนอำเภอ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนากับให้จำเลยแบ่งทรัพย์สินอันเป็นสินสมรส คิดเป็นเงิน 600,000 บาท ให้แก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันที่จะแบ่งทรัพย์สินกล่าวคือ 1. รถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน 2ฮ 3887 ตรัง ซึ่งโจทก์เป็นผู้ครอบครอง ให้โจทก์ติดต่อช่างประจ