ข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินว่าเป็นของผู้ฟ้องคดีตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 76 หรือเป็นของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 6
แม้คำขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเป็นการขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง แต่เมื่อข้อพิพาทเป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดินระหว่างเอกชนด้วยกัน ซึ่งกระทบต่อสิทธิในทรัพย์สินของเอกชนทั้งสองฝ่าย และเนื้อหาคำฟ้องเป็นการขอให้ศาลรับรองและคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน มิใช่การตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำของฝ่ายปกครอง คดีจึ
คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 76 ยื่นขอรังวัดออกโฉนด แต่ถูกผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 คัดค้าน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ออกโฉนดที่ดินเลขที่ 6129 ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะออกทับที่ดินของผู้ฟ้องคดี ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ขายที่ดินดังกล่าวให้แก่ผ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 75/2561ศาลปกครองกลางศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดเพชรบุรีศาลผู้รับความเห็นนายพรศักดิ์ พรหมประสิทธิ์ผู้ฟ้องคดีอธิบดีกรมที่ดิน ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้องอธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๑ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สาขาเขาย้อย ที่ ๒ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ และที่ ๔ ซึ่งเป็นเอกชนเจ้าของที่ดิน โฉนดที่ดินเลขที่ ๖๑๒๙ ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓) เลขที่ ๗๖ ได้ยื่นขอรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดิน แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ คัดค้าน จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ได้ออกโฉนดที่ดินเลขที่ ๖๑๒๙ ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากออกทับที่ดินตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๗๖ ของผู้ฟ้องคดี ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ได้ขายที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๖๑๒๙ ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ เป็นเหตุให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ คัดค้าน การนำรังวัดออกโฉนดที่ดินของผู้ฟ้องคดี ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ ๖๑๒๙ เห็นว่า แม้คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีจะมีคำขอให้เพิกถอนการออกโฉนดที่ดินซึ่งเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอน คำสั่งทางปกครอง แต่เมื่อพิจารณาลักษณะข้อพิพาทในคดีนี้ จะเห็นได้ว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิครอบครองตามหนังสือรับรองการทำประโยน์ (น.ส. ๓) เลขที่ ๗๖ หรือเป็นที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๖๑๒๙ ซึ่งไม่ว่าศาลจะวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดีหรือผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ย่อมกระทบต่อสิทธิในทางทรัพย์สินของ