ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 113/2561

ประเด็นกฎหมาย

เขตอำนาจศาลในการเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง

หลักกฎหมาย

การพิจารณาเขตอำนาจศาลในคดีขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต้องพิจารณาลักษณะของสัญญาเป็นหลัก แต่หากกระบวนการอนุญาโตตุลาการได้เริ่มต้นขึ้นก่อนศาลปกครองเปิดทำการและศาลยุติธรรมได้ดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการนั้นตั้งแต่ต้นแล้ว ศาลยุติธรรมย่อมมีอำนาจพิจารณาต่อไปตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาก

คำวินิจฉัย

ข้อพิพาทในคดีนี้ควรอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

สัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทยกับเอกชนเป็นสัญญาทางปกครอง แต่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเริ่มขึ้นในปี 2543 ก่อนศาลปกครองเปิดทำการ และศาลแพ่งได้ดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการอนุญาโตตุลาการ เช่น ออกหมายเรียกพยาน และพิจารณาคำร้องให้ประธานอนุญาโตตุลาการพ้นจากตำแหน่ง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 113/2561ศาลแพ่งศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองกลางศาลผู้รับความเห็นการทางพิเศษแห่งประเทศไทยผู้ร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 พ.ร.บ.การทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ.2550 คดีที่ร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ นั้น ต้องพิจารณาลักษณะเนื้อหาของสัญญาที่เป็นเหตุแห่งการยื่นคำร้องขอให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดว่าเป็นสัญญาทางแพ่งหรือสัญญาทางปกครอง จึงจะวินิจฉัยเขตอำนาจศาลเหนือคดีที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการนั้นได้ คดีนี้ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนสายบางนา-บางพลี-บางปะกง ระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ผู้ร้อง ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง กับ ผู้คัดค้านทั้งสามซึ่งเป็นเอกชน มีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครอง ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาดังกล่าว จึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง และการร้องขอ ให้ปฏิบัติตามหรือเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ควรอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เนื่องจากว่า การระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการในคดีนี้ คู่สัญญาได้เคยมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาเมื่อปี ๒๕๔๓ ซึ่งถือว่าวิธีพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการได้เกิดขึ้นแล้ว ตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ และเกิดขึ้นก่อนศาลปกครองเปิดทำการ ทั้งคู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้ขอให้ศาลแพ่งออกหมายเรียกพยานซึ่งศาลแพ่งได้ออกหมายเรียกพยานให้ตามคำขอ และผู้ร้องได้ย