ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 131/2561

ประเด็นกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับการรุกล้ำที่ดินโดยหน่วยงานปกครอง เป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินซึ่งอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม

หลักกฎหมาย

แม้หน่วยงานทางปกครองจะมีอำนาจหน้าที่ในการจัดให้มีและบำรุงทางบกทางน้ำตามกฎหมาย แต่เมื่อมีการโต้แย้งสิทธิในที่ดินระหว่างเอกชนกับหน่วยงานทางปกครอง คดีดังกล่าวเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม

คำวินิจฉัย

คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนด ฟ้องเทศบาลว่าก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กรุกล้ำที่ดินของตน ขอให้รื้อถอนและชดใช้ค่าเสียหาย เทศบาลให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ที่เจ้าของเดิมอุทิศให้และประชาชนใช้สัญจรมานาน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 131/2561ศาลปกครองกลางศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดนครปฐมศาลผู้รับความเห็นนางณิชชา เปรมประดิษฐ์ผู้ฟ้องคดีเทศบาลนครนครปฐมผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.ที่ดิน ป.พ.พ. พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้องเทศบาลนครนครปฐม ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นราชการส่วนท้องถิ่น ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนด ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดี ขอให้บังคับผู้ถูกฟ้องคดีรื้อถอนถนนส่วนที่รุกล้ำและปรับที่ดินให้อยู่ในสภาพเดิม กับให้ชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า ที่ดินพิพาท เจ้าของที่ดินเดิมอุทิศให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ ผู้ถูกฟ้องคดีได้ก่อสร้างตามสภาพถนนเดิมที่ประชาชนใช้สัญจรเป็นเวลาหลายสิบปี โดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน เห็นว่า แม้ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นหน่วยงานทางปกครอง มีอำนาจหน้าที่ในการจัดให้มีบำรุงทางบกทางน้ำตามมาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ก็ตาม แต่การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องผู้ถูกฟ้องคดี โดยอ้างเหตุว่าผู้ถูกฟ้องคดีก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กรุกล้ำที่ดินของตน ซึ่งเป็นการโต้แย้ง เกี่ยวกับสิทธิในที่ดินเป็นสำคัญ ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดี การก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กของผู้ถูกฟ้องคดีก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี แต่หากที่ดินพิพาทตกเป็นที่สาธารณประโยชน์ซึ่งอยู่ในการดูแลรักษาของผู้ถูกฟ้องคดีแล้วจะเป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีมีอำนาจเข้าไปจัดให้มีและบำรุงรักษาทางพิพาทได้ ไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี และทำให้ผู้ฟ้องคดีต้องเสียสิทธิในที่ดินพิพาท ดังนั้น คำฟ้องของผู้ฟ้อ