ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1390/2537

ประเด็นกฎหมาย

ข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่กำหนดให้การขับรถรับส่งผู้จัดการไม่ถือเป็นเวลาทำงานและไม่จ่ายค่าล่วงเวลาตกเป็นโมฆะหรือไม่

หลักกฎหมาย

การทำงานนอกเวลาทำงานปกติถือเป็นการทำงานล่วงเวลา ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย การที่นายจ้างทำสัญญางดเว้นไม่จ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างตามกฎหมายดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะ

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเฉพาะประเด็นในเรื่องค่าล่วงเวลาและให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาในประเด็นเรื่องดังกล่าวใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ตำแหน่งพนักงานขับรถ มีเวลาทำงานปกติตั้งแต่ 8 นาฬิกาถึง 17 นาฬิกา โจทก์และจำเลยตกลงกันว่าการขับรถรับส่งผู้จัดการจากบ้านมาที่ทำงานและกลับบ้านไม่ถือเป็นเวลาทำงาน ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ในทุกประเด็น รวมถึงค่าล่วงเวลา โจทก์อุทธรณ์ว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายคุ้ม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1390/2537นาย พงษ์ศักดิ์ ทอง ดีโจทก์บริษัท ไทย ซูซูกิ มอเตอร์ จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. ม. 243 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 การทำงานนอกเวลาทำงานปกติถือว่าเป็นการทำงานล่วงเวลาลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินค่าล่วงเวลาตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย การที่นายจ้างทำสัญญางดเว้นไม่จ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างตามกฎหมายดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ลูกจ้างจึงมีสิทธิได้ค่าล่วงเวลาโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ครั้งสุดท้ายทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถ ได้รับค่าจ้างเดือนละ 7,325 บาท ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ระหว่างที่โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยจำเลยให้โจทก์ทำงานล่วงเวลาแต่ไม่ยอมจ่ายค่าล่วงเวลา ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาจำนวน 37,814.28 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 1กุมภาพันธ์ 2535 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ จ่ายค่าชดเชยจำนวน43,950 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 7,325 บาทเงินบำเหน็จจำนวน 43,950 บาท ค่าเสียหายจำนวน 439,500 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 1กุมภาพันธ์ 2535 ไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า ระหว่างที่โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย โจทก์ได้ประพฤติฝ่าฝืนระเบียบและข้อบังคับว่าด้วยการทำงานของจำเลยเป็นประจำซึ่งจำเลยเคยลงโทษโจทก์ด้วยการทำทัณฑ์บนและมีหนังสือเตือนหลายครั้งหลังจากลงโทษ โจทก์ไม่ได้ปรับตัวให้ดีขึ้น แต่กลับประพฤติตนฝ่