ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 116/2561

ประเด็นกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินหรือคดีปกครอง

หลักกฎหมาย

การรังวัดเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเป็นเพียงขั้นตอนในกระบวนการออกหนังสือสำคัญ ไม่ใช่การใช้อำนาจตามกฎหมายที่ทำให้เป็นคดีปกครอง การโต้แย้งสิทธิในที่ดินว่าเป็นของเอกชนหรือสาธารณประโยชน์เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม

คำวินิจฉัย

คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ฟ้องคดีอ้างสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทสืบเนื่องจากบรรพบุรุษ ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีอ้างว่าเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ นายอำเภอมีหนังสือขอให้รังวัดออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 116/2561ศาลปกครองอุบลราชธานีศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดร้อยเอ็ดศาลผู้รับความเห็นนายแสน คำรัง ที่ 1 กับพวกรวม 11 คนผู้ฟ้องคดีองค์การบริหารส่วนตำบลภูเงิน ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.ที่ดิน ป.พ.พ. คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลภูเงิน ที่ ๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๒ และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด สาขาเสลภูมิ ที่ ๓ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ว่า ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๓ ถึงที่ ๑๐ เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครองครองและทำประโยชน์ในที่ดินบริเวณที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ (ทำเลเลี้ยงสัตว์ป่ากุงหนา) ต่อมาเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้รังวัดที่ดินและอก น.ส.ล. เลขที่ ๑๕๒๘๗ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทับที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๓ ถึงที่ ๑๐ ครอบครองและทำประโยชน์ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ข่มขู่ให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบเอ็ดทำบันทึกข้อตกลงกรณีบุกรุกที่สาธารณประโยชน์บ้าน กุงหนา ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ถอนสภาพบางส่วนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนวนเนื้อที่ รูปแผนที่ใน น.ส.ล. เลขที่ ๑๕๒๘๗ โดยกันที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ เฉพาะในส่วนที่ดินตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๑๔๔ และผู้ฟ้องคดีที่ ๕ ถึงที่ ๑๐ และบริวารครอบครองทำประโยชน์ออกจากจำนวนเนื้อที่และรูปแผนที่เดิมให้ถูกต้องตรงตามความจริง เห็นว่าที่ดินพิพาทในคดีนี้เป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ที่ ๓ ถึงที่ ๑๐ อ้างว่าเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ต่อเนื่องมาจากบรรพบุรุษ แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ในฐานะผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่