คดีพิพาทเกี่ยวกับการคัดค้านการรังวัดที่ดินโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐในฐานะผู้ดูแลรักษาที่สาธารณะ เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลปกครองหรือศาลยุติธรรม
การกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่คัดค้านการรังวัดในฐานะผู้ดูแลรักษาที่สาธารณะ เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายของผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียง มิใช่การใช้อำนาจตามกฎหมาย ดังนั้นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณ
คดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง แต่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตาม น.ส. 3 ขอรังวัดเพื่อออกโฉนด จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐคัดค้านการรังวัดโดยอ้างว่าที่ดินเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน (ที่สวนสาธารณประโยชน์ปู่ตา) ทำให้เจ้าพนักงานที่ดินไม่ออกโฉนด โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินเป็นของโจทก์และเรียกค่าเสียหาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 167/2561ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองนครราชสีมาศาลผู้รับความเห็นพันโท จเด็จ มั่งไธสงโจทก์นายอำเภอนาโพธิ์ (จังหวัดบุรีรัมย์) ที่ 1 กับพวก 2 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ (๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งอื่น... อันเป็นการจำกัดประเภทคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ก็เฉพาะแต่กรณีที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระทำการโดยใช้อำนาจตามกฎหมาย กฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น แม้จำเลยทั้งสองจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่การคัดค้านการรังวัดของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำในฐานะผู้ดูแลรักษาที่สาธารณะซึ่งเป็นที่ดินข้างเคียงของที่ดินโจทก์ เพื่อระวังแนวเขตอันเนื่องมาจากการที่โจทก์ขอรังวัดที่ดินของตนเพื่อการออกโฉนดที่ดิน การคัดค้านรังวัดดังกล่าวจึงเป็นเพียงการใช้สิทธิตามกฎหมายของผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียง มิได้เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายแต่อย่างใด เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓) ส่วนจำเลยทั้งสองคัดค้านว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์ แต่เป็นที่สาธารณะ (ที่สวนสาธารณประโยชน์ปู่ตา) กรณีจึงเป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดินพิพาทโดยโจทก์มีคำขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ แ