สิทธิของตัวแทนในการคัดค้านการขอออกโฉนดที่ดินของตัวการ และการพิจารณาว่าคดีมีทุนทรัพย์หรือไม่
การพิจารณาว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์หรือไม่ ต้องพิจารณาคำให้การของจำเลยประกอบด้วย หากคำให้การกล่าวแก้ข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ ถือเป็นคดีมีทุนทรัพย์ และตัวแทนไม่มีสิทธิคัดค้านการขอออกโฉนดที่ดินของตัวการ
พิพากษายืนตามศาลล่าง ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
โจทก์เป็นผู้จัดการดูแลสุสานสวรรค์คีรีแทนจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท โจทก์คัดค้านการขอออกโฉนดที่ดินของจำเลย แต่ศาลฟังว่าโจทก์เป็นเพียงตัวแทน ไม่มีสิทธิคัดค้าน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 987/2558นายสวัสดิ์ รัตนาวิญญูโจทก์มูลนิธิสามัคคีการกุศลสงเคราะห์จำเลย ป.วิ.พ. ตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ.การพิจารณาว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์หรือไม่ มิใช่พิจารณาเฉพาะคำขอท้ายฟ้องของโจทก์เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องพิจารณาคำให้การของจำเลยประกอบด้วย โจทก์อ้างว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาททั้งสี่แปลง จำเลยขอออกโฉนดที่ดินพิพาททั้งสี่แปลงโดยมิชอบ ขอให้จำเลยไปเพิกถอนคำขอออกโฉนดที่ดินพิพาท จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินพิพาททั้งสี่แปลง โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยไปเพิกถอนการขอออกโฉนดดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง คำให้การของจำเลยถือว่าเป็นการกล่าวแก้ข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ แม้โจทก์จะมีคำขอให้จำเลยไปเพิกถอนคำขอออกโฉนดที่ดินพิพาท ก็เป็นผลต่อเนื่องมาจากประเด็นในเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทเท่านั้นโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปเพิกถอนคำขอออกโฉนดที่ดินลงวันที่ 12 เมษายน 2550 ของจำเลย หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินในศาลชั้นต้นแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบรับกันฟังได้ว่า ที่ดินพิพาททั้ง 4 แปลง เป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) อยู่ในเขตสุสานสวรรค์คีรี ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี ซึ่งมูลนิธิจำเลยได้รับอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินการ มีจำเลยเป็นเจ้าของโดยซื้อมาจากชาวบ้าน แต่ให้โจทก์ซึ่งเคยจัดการดูแลสุสานดังกล่