ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอเพิกถอนการยึดทรัพย์โดยไม่ทำการไต่สวนชอบหรือไม่
ศาลมีดุลพินิจที่จะวินิจฉัยคำร้องโดยไม่ต้องไต่สวน หากเห็นว่าคำร้องและเอกสารประกอบเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ และไม่จำต้องให้คู่ความอีกฝ่ายคัดค้านก่อน
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
จำเลยยื่นคำร้องขอเพิกถอนการยึดทรัพย์โดยอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ผิดสถานที่และทำรายงานเท็จ ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องและเอกสารแล้วเห็นว่าเจ้าพนักงานปฏิบัติชอบ จึงยกคำร้องโดยไม่ไต่สวน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2403/2558นายชูศักดิ์ อัศวานันท์โจทก์นายสุนทร อัศวานันท์ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 21 (2), (4)ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องของจำเลยทั้งสองประกอบเอกสารท้ายคำร้องแล้ว เห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลที่หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยชอบแล้ว จึงไม่มีเหตุเพิกถอนการยึดทรัพย์ เป็นการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยตามที่เห็นสมควรว่าจากคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ โดยไม่จำต้องไต่สวนก็ชอบที่จะกระทำได้ ในกรณีเช่นนี้ศาลชอบที่จะมีคำสั่งตามคำร้องไปได้เลยโดยไม่ต้องให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งคัดค้านก่อน การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์โดยไม่ทำการไต่สวนจึงชอบแล้วคดีสืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2556 เจ้าพนักงานบังคับคดีกับพวกซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดีได้ร่วมกันยึดทรัพย์จำเลยทั้งสอง 22 รายการ มูลค่า 58,397,200 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหน้าที่ต้องยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองตามที่ระบุในหมายบังคับคดีคือบ้านเลขที่ 1077 แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีกลับไปยึดทรัพย์บางส่วนที่บ้านเลขที่ 58/4 กับ 58/5 เป็นการบุกรุกรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของจำเลยทั้งสอง และทำรายงานเท็จว่ายึดทรัพย์สินทุกรายการที่บ้านเลขที่ 1077 ดังกล่าว การกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์ บัญชียึดทรัพย์ ประกาศการยึดทรัพย์ และงดการบังคับคดีไว้ในระหว่างการพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้อ