ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8195/2561

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทและการจำนองที่ดินพิพาทตามฟ้องได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

คำพิพากษาทั้งสองคดีไม่ขัดกัน เพราะคดีแรกบังคับให้จำหน่ายที่ดินแทนการได้กรรมสิทธิ์ ส่วนคดีที่สองบังคับแบ่งทรัพย์มรดกซึ่งหมายถึงเงินที่ได้จากการจำหน่ายที่ดินนั้นเอง จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีสิทธิถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาดำเนินการจำหน่ายที่ดินพิพาทตามคำพิพากษาคดีแรกได้โดยชอบ การที่จำเลยที่ 1 แล

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่เจียมได้มาระหว่างเป็นคนต่างด้าว คำพิพากษาคดีแรก (คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 8529/2544) ให้จำหน่ายที่ดินตาม ป.ที่ดิน มาตรา 94 และ 96 โดยให้เจียมได้รับเงินแทนกรรมสิทธิ์ คำพิพากษาคดีที่สอง (คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 10443/2544) ให้แบ่งทรัพย์มรดกส่วนของนิภา ซึ่งรวมถึงส่วนในที่ดินพิพาท ให

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8195/2561นาง อ.โจทก์นางสาว ญ. กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 213 วรรคสอง ป.ที่ดิน ม. 94, ม. 96 ป.วิ.พ. ม. 146, ตารางท้าย ป.วิ.พ. ตาราง 1 (1) (ก)คดีแรก จ.สามี น. ฟ้องเรียกทรัพย์สินรวมทั้งที่ดินพิพาทคืนจาก ส. กับพวกซึ่งเป็นตัวแทน คดีมีคำพิพากษาถึงที่สุดชั้นอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายทรัพย์สินเกี่ยวกับที่ดินพิพาทที่ จ. ได้มาระหว่างเป็นคนต่างด้าวไปตาม ป.ที่ดิน มาตรา 94 และ 96 โดยให้ จ. ได้รับเงินจากการจำหน่ายที่ดินแทนการได้กรรมสิทธิ์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา อันเป็นการพิพากษากล่าวถึงการปฏิบัติชำระหนี้ตามคำพิพากษาเกี่ยวกับการคืนทรัพย์สินในกรณีเป็นที่ดินแก่คนต่างด้าวที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยการบังคับให้จัดการจำหน่ายแทนการได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน เมื่อที่ดินพิพาทได้มาในระหว่างที่ จ. เป็นคนต่างด้าว และได้ความในชั้นพิจารณาว่า น. ได้สัญชาติไทยหลัง จ. แสดงว่าในระหว่างที่ได้ที่ดินพิพาทมานั้น น. ก็เป็นคนต่างด้าวเช่นเดียวกับ จ. สามี ดังนั้นสิทธิของ น. ในที่ดินพิพาทในฐานะเจ้าของรวมที่ตกทอดแก่ทายาทก็คือเงินที่ได้จากการจำหน่ายที่ดินพิพาท หาใช่กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทดังที่โจทก์กล่าวอ้าง ฉะนั้น คดีที่สองที่ ส. เป็นโจทก์ฟ้องพี่น้องห้าคนเป็นจำเลย ขอให้บังคับพี่น้องทั้งห้าแบ่งทรัพย์มรดกส่วนของที่ดินพิพาทในส่วนของ น. มารดาให้แก่ ส. 1 ใน 7 ส่วน และคดีถึงที่สุดในชั้นฎีกาพิพากษาให้แบ่งทรัพย์มรดกส่วนของที่ดินพิพาทในส่วนของ น. ให้แก่ ส. 1 ใน 7 ส่วน นั้น เป็นการพิพากษาบังคับให้ปฏิบัติการชำระหนี้ในการแบ่งทรัพย์มรดกเกี่ยวกับที่ดินพิพาทในส่วนของ น. ซึ่งก็ย่อมต้องหมายถึงเงินที่ได้จากการจำหน่ายที่ดินพิพาทนั่นเอง ทั้งประเด