ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2562

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2562ธนาคาร ก. โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ อ. ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์บริษัทบริหารสินทรัพย์ อ.ผู้ซื้อทรัพย์นาวาเอก ต. กับพวกจำเลยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264 ต่อมาศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีในส่วนที่ศาลชั้นต้นไม่รับคำให้การ (ที่ถูก คำร้อง) ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งอ้างว่าผู้ซื้อทรัพย์ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีคำพิพากษาให้ยกอุทธรณ์ ปรากฏว่าไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงถึงที่สุดแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชั้นขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ซึ่งเป็นคดีสาขาของคดีดังกล่าว ถึงแม้จะพิจารณาต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์หรือเป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความคดีสืบเนื่องจากผู้ซื้อทรัพย์ได้รับโอนอสังหาริมทรัพย์จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ตรี (เดิม) ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้ขับไล่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและบริวารออกจากทรัพย์พิพาทสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 88 ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 90907, 90908 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ ผู้ซื้อทรัพย์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายใน 8 วัน เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังคงอาศัยอยู่ในที่พิพาท เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงขอให