ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2562

ประเด็นกฎหมาย

การกำหนดค่าเสียหายในคำฟ้องทำให้คดีมีทุนทรัพย์หรือไม่

หลักกฎหมาย

แม้คำขอหลักเป็นการเพิกถอนนิติกรรมซึ่งไม่อาจคำนวณราคาได้ แต่เมื่อโจทก์ระบุคำขอเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินที่แน่นอน คดีก็กลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามจำนวนค่าเสียหายนั้น

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าคดีโจทก์เป็นคดีมีทุนทรัพย์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน 3 ฉบับ และระบุคำขอท้ายฟ้องข้อ 2 ว่า หากจำเลยเพิกเฉย ให้ชดใช้ค่าเสียหาย 2,000,000,000 บาท พร้อมค่าเสียหายรายเดือน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2562นาย ส.โจทก์นาง พ. กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 224 วรรคหนึ่ง, สอง, ม. 252, ตารางท้าย ป.วิ.พ. ตาราง 1 (1) (ก)แม้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสิบร่วมกันเพิกถอนนิติกรรมสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินรวม 3 ฉบับ ซึ่งเป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ แต่โจทก์ระบุคำขอท้ายฟ้องข้อ 2 ว่า หากจำเลยทั้งสิบเพิกเฉยให้จำเลยทั้งสิบร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 2,000,000,000 บาท และค่าเสียหายเป็นรายเดือน เดือนละ 2,000,000 บาท นับถัดจากวันครบกำหนดตามคำบังคับ ดังนั้นในส่วนที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 2,000,000,000 บาท เป็นการกำหนดจำนวนค่าเสียหายแล้ว จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามจำนวนค่าเสียหาย 2,000,000,000 บาท มิใช่ค่าเสียหายอนาคตที่กำหนดให้ชำระเป็นระยะเวลาในอนาคต คดีโจทก์จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยทั้งสิบร่วมกันเพิกถอนนิติกรรมสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินฉบับลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2549 วันที่ 4 มิถุนายน 2549 และวันที่ 5 มิถุนายน 2549 หากพ้นกำหนดตามคำบังคับ 30 วัน แล้ว จำเลยทั้งสิบเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำขอดังกล่าว ให้จำเลยทั้งสิบร่วมกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมชดใช้ค่าเสียหายอนาคตให้แก่โจทก์จำนวน 2,000,000,000 บาท พร้อมค่าเสียหายอนาคตเป็นรายเดือน เดือนละ 2,000,000 บาท นับถัดจากวันครบกำหนดตามคำบังคับจนกว่าจำเลยทั้งสิบจะปฏิบัติตามคำขอดังกล่าวจนเสร็จสิ้น จำเลยทั้งสิบให้การทำนองเดียวกันว่า ศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้วว่าโจทก์ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแทนบริษัทการกีฬาและการท่องเที่ยวพัทยา จำกัด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เป็นคดีมีทุนทรัพย์ต้องชำระค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ มิฉะนั้นขอให้ศาลไม่รับคำฟ้องและจำหน่ายคดี กับขอให้ยกฟ้อง