ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7413/2558

ประเด็นกฎหมาย

เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่นำยึดหุ้นของลูกหนี้โดยไม่ตรวจสอบมูลค่าหุ้นให้ดีก่อนยึด และต่อมาอ้างว่าหุ้นไม่มีมูลค่าเพื่อขอไม่เสียค่าธรรมเนียมยึดทรัพย์สินแล้ว

หลักกฎหมาย

เจ้าหนี้ที่ดำเนินการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้โดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ไม่ตรวจสอบมูลค่าทรัพย์สินให้ดีก่อนยึด และต่อมาอ้างว่าทรัพย์สินไม่มีมูลค่าเพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมยึดทรัพย์สินแล้วไม่มีการขาย จะต้องรับผิดชอบชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนด โดยไม่อาจอ้างเหตุที่เกิดขึ้นภายหลังเพื่อให้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์นำยึดหุ้นของจำเลยที่ 1 โดยไม่ได้ตรวจสอบมูลค่าหุ้นให้ดีก่อนยึด ทั้งที่ทราบแล้วว่าจำเลยที่ 1 ถูกศาลล้มละลายมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และผู้แทนโจทก์ได้แถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่ายินยอมรับผิดชอบหากเกิดความเสียหาย และเห็นชอบกับราคาประเมินหุ้นละ 100 บาท ต่อมาโจทก์อ้างว่าหุ้นมีมูลค่าติดลบและไม่ม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7413/2558ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)โจทก์นายเสฐียรพงษ์หรือศุภกร หอมระรื่น กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 149, ตาราง 5 ท้าย ป.วิ.พ. (เดิม)ก่อนโจทก์นำยึดหุ้นของจำเลยที่ 1 โจทก์ได้นำยึดที่ดินจำนวน 9 แปลง ของจำเลยทั้งห้าไว้ก่อนแล้ว และปรากฏจากคำแถลงของโจทก์ว่าจำเลยที่ 1 ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด โจทก์จะไปยื่นขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย แสดงว่าโจทก์ทราบแล้วว่าจำเลยที่ 1 ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ซึ่งโจทก์ต้องไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่โจทก์ยังคงใช้สิทธิความเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำยึดหุ้นของจำเลยที่ 1 อีก โจทก์มิได้ตรวจสอบมูลค่าหุ้นของจำเลยที่ 1 ให้ดีก่อนทำการยึดว่ามีความจำเป็นและสมควรยึดไว้เพื่อขายทอดตลาดหรือไม่ จึงนับว่าเป็นความผิดและเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของโจทก์เอง นอกจากนี้ ผู้แทนโจทก์ยังแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีในการยึดหุ้นว่า หากเกิดความเสียหายประการใดยินยอมรับผิดชอบเองทั้งสิ้น และเห็นชอบด้วยกับเจ้าพนักงานบังคับคดีในราคาประเมินหุ้นละ 100 บาท เท่ากับมูลค่าหุ้นที่โจทก์อ้างว่าได้ดูจากที่มีการจดทะเบียนไว้ต่อนายทะเบียน ซึ่งสามารถคำนวณเป็นราคาทรัพย์สินที่ยึดเพื่อเสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ ดังนี้ โจทก์จะมาอ้างในภายหลังว่าขณะยึดหุ้นมีมูลค่าติดลบ ไม่มีคนซื้อ เพื่อให้ตนพ้นความรับผิดในค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีหาได้ไม่ เมื่อโจทก์เป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดหุ้นของจำเลยที่ 1 เอง และเห็นชอบด้วยกับราคาประเมินมูลค่าหุ้นดังกล่าว โดยไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติหน้าที่โดยผิดพลาดหรือบกพร่องแต่ประการ