ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10665/2558

ประเด็นกฎหมาย

ใบโฆษณาเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจัดสรร ผู้จัดสรรต้องจัดทำสาธารณูปโภคตามที่โฆษณา เว้นแต่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับได้ และสาธารณูปโภค

หลักกฎหมาย

ใบโฆษณาที่แจกในวันทำสัญญาจะซื้อจะขายเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ผู้จัดสรรต้องผูกพันตามสัญญาโดยจัดทำสาธารณูปโภคให้ได้ขนาดตามที่โฆษณา เว้นแต่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 213 วรรคหนึ่ง และสาธารณูปโภคที่จัดทำขึ้นในโครงการจัดสรรที่ดินตกเป็นภาระจำยอมโดยผลของประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 3

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนกำแพงคอนกรีตที่ล้อมรอบทะเลน้ำจืด และให้จำเลยจดทะเบียนภาระจำยอมที่ดินทุกแปลงที่เป็นถนน คันดินกั้นน้ำ และทะเลน้ำจืดภายในโครงการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ส่วนคำขอให้จำเลยจัดทำคันดินกั้นน้ำสูง 3.50 เมตร กว้าง 16 เมตร ให้ยก เพราะอยู่ในวิสัยที่จำเลยต้องทำตามสัญญา แต่คำขอให้ขยายถนนสายใหญ่และถนนซอยให้กว้างตามโฆษณาให้ยก เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับได้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยโฆษณาขายที่ดินจัดสรรโดยระบุขนาดคันดินกั้นน้ำ ถนนสายใหญ่ และถนนซอย แต่เมื่อดำเนินการกลับทำขนาดเล็กกว่าโฆษณา ต่อมาจำเลยสร้างกำแพงคอนกรีตล้อมรอบทะเลน้ำจืด ผู้ซื้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ตรวจสอบแล้วพบว่าการทำคันดินตามโฆษณาไม่รุกล้ำที่ดินผู้ซื้อรายอื่น แต่การขยายถนนตามโฆษณาจะรุกล้ำที

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10665/2558คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคโจทก์นายสุภศักดิ์ ธนกาญจนบูรณ์จำเลย ป.พ.พ. ม. 1391, ม. 1392 ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 1, 30จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินในโครงการกับผู้ซื้อพร้อมกับแจกใบโฆษณาให้แก่ผู้ซื้อด้วย ใบโฆษณาจึงเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจะซื้อจะขายด้วย จำเลยต้องผูกพันตามสัญญาโดยจัดทำสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้ได้ขนาดตามที่ได้โฆษณา ใบโฆษณาที่ระบุว่า คันดินกั้นน้ำล้อมรอบที่ดินในโครงการสูง 3.50 เมตร (สูงกว่าระดับทางหลวงสายเอเซีย 1.50 เมตร) กว้าง 16 เมตร ปลูกก่อไผ่เป็นรั้วล้อมรอบตามแนวคันดินกั้นน้ำ ประกอบกับหนังสือของสำนักงานที่ดินจังหวัด ที่ระบุว่า หากทำคันดินกั้นน้ำล้อมรอบที่ดินในโครงการสูง 3.50 เมตร กว้าง 16 เมตร จะไม่มีการรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ซื้อแปลงอื่น ๆ เนื่องจากเขตคันดินที่เจ้าของโครงการจัดแบ่งที่ดินไว้มีขนาดกว้างประมาณ 20 ถึง 30 เมตร ดังนั้น จึงอยู่ในวิสัยและความรับผิดที่จำเลยจะต้องปฏิบัติตามสัญญาโดยทำคันดินกั้นน้ำล้อมรอบที่ดินโครงการให้ได้ขนาดตามที่ได้โฆษณาไว้ในใบโฆษณา ส่วนถนนสายใหญ่และถนนซอยในโครงการนั้น ข้อเท็จจริงได้ความจากเจ้าพนักงานที่ดินตอบในหนังสือฉบับเดียวกันว่า หากจะขยายถนนสายใหญ่และถนนซอยกว้างประมาณ 40 เมตร และ 20 เมตร ตามลำดับ จะทำให้รุกล้ำที่ดินของผู้ซื้อรายอื่น ๆ การจะบังคับให้จำเลยขยายถนนสายใหญ่และถนนซอยให้มีขนาดกว้างตามใบโฆษณาย่อมกระทบต่อขนาดที่ดินของผู้ซื้อที่ดินในโครงการซึ่งผู้ซื้อที่ดินแต่ละรายได้เข้าครอบครองเป็นส่วนสัดและทำประโยชน์ในที่ดินเป็นเวลากว่า 10 ปี แล้ว กรณีเช่นนี้ถือว่าสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องที่จะบังคับให้จำเลยทำเช่นนั้นได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 213 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงไม่ต้องขยา