ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12776/2558

ประเด็นกฎหมาย

องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกที่ดินของรัฐโดยไม่ต้องรับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัด และการใช้สิทธิฟ้องคดีดังกล่าวไม่เป็นการใช้สิ

หลักกฎหมาย

องค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งเป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง มีอำนาจติดตามและเอาคืนทรัพย์สินของรัฐที่อยู่ในความดูแล รวมถึงอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 66 และ 67 โดยไม่ต้องรับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัด และการใช้สิทธิฟ้อ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 8,000 บาท และคืนค่าขึ้นศาลที่ชำระเกินไปแก่โจทก์ 100 บาท และแก่จำเลย 69,640 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของรัฐที่กระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้โจทก์จัดหาผลประโยชน์ จำเลยปลูกบ้านในที่ดินโดยไม่มีสิทธิ โจทก์มีวัตถุประสงค์จะใช้ที่ดินสร้างสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและสันทนาการตามโครงการสนามกีฬา จึงไม่อาจให้จำเลยเช่าได้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12776/2558องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตโจทก์นายอดุลย์ คานจำเลย ป.พ.พ. ม. 66, ม. 67 ป.วิ.พ. ตาราง 1 ป.วิ.พ. ตาราง 2 พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 ม. 8 วรรคหนึ่งโจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้แทนนิติบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการส่วนจังหวัดในเขตจังหวัดตามมาตรา 7 ซึ่งอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการนี้ย่อมหมายรวมถึงอำนาจติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของรัฐที่อยู่ในเขตจังหวัดที่อยู่ในความดูแล ตลอดจนมีอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งปวงเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวได้ตามสิทธิและหน้าที่ที่บัญญัติไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 66 และ 67 ด้วย เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นการทำโดยละเมิดต่อโจทก์โดยตรง โจทก์โดยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ โดยไม่จำต้องรับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัดอีก เหตุที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยเพราะจำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทโดยไม่มีสิทธิ โดยที่ดินดังกล่าวโจทก์อ้างว่ามีวัตถุประสงค์สร้างเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและสันทนาการตามโครงการก่อสร้างสนามกีฬาของโจทก์ ซึ่งย่อมมีความหมายอยู่ในตัวว่าโจทก์ไม่อาจนำออกให้เช่าตามคำขอเช่าของจำเลยได้เพราะขัดต่อวัตถุประสงค์ของโจทก์ โจทก์มีเหตุที่ไม่อาจให้จำเลยเช่าที่ดินพิพาทตามคำขอเพราะต้องนำที่ดินไปสร้างเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและสันทนาการตามโครงการก่อสร้างสนามกีฬาของโจทก์ มิใช่เรื่องโจทก์ไม่ให้จำเลยเช่าที่ดินพิพาทโดยไม่มีเหตุผลรองรับซึ่งมีแต่จะให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย ในทางตรงกันข้ามการที่จำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทย่อมเป็นอุปสรรคทำให้โจทก์ไม่อาจดำเนินการตามว