ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13241/2558

ประเด็นกฎหมาย

ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาทตาม ป.ที่ดิน มาตรา 108 ทวิ วรรคสี่ แม้คำพิพากษาเดิมมิได้ระบุให้รื้อถอน

หลักกฎหมาย

เมื่อศาลพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตาม ป.ที่ดิน มาตรา 108 ทวิ วรรคสอง ศาลย่อมมีอำนาจสั่งให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดิน ซึ่งรวมถึงการรื้อถอนต้นไม้หรือสิ่งปลูกสร้างออกไปด้วย แม้คำพิพากษามิได้ระบุให้รื้อถอนโดยชัดแจ้ง ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจบังคับให้รื้อถอนตามมาตรา 108 ทวิ วรรคสี่

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องที่ 2 รื้อถอนทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาทชอบด้วยกฎหมาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลยตาม ป.ที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ วรรคสอง แต่ไม่ได้ระบุให้รื้อถอนทรัพย์สิน ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีพบว่ายังมีต้นยางพาราและรั้วลวดหนามในที่ดินพิพาท ผู้ร้องที่ 2 รับว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าว

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13241/2558องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเต็งโจทก์นางสายพิน สุขร่วม กับพวกผู้ร้องนายสุเทพ สุขร่วมจำเลย ป.ที่ดิน ม. 9, ม. 108 ทวิ วรรคสอง, สี่แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ได้มีคำพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนต้นยางพาราและทรัพย์สินอื่นที่สร้างอยู่ในที่ดินพิพาทออกไปจากที่ดินพิพาทก็ตาม แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตาม ป.ที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ วรรคสอง ซึ่ง ป.ที่ดิน มาตรา 108 ทวิ วรรคสี่ บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีคำพิพากษาว่าผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรานี้ ศาลมีอำนาจสั่งในคำพิพากษาให้ผู้กระทำความผิด คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของผู้กระทำความผิดออกไปจากที่ดินนั้นด้วย" จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวเห็นได้ว่า เมื่อศาลพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตาม ป.ที่ดิน มาตรา 108 ทวิ วรรคสอง ศาลย่อมมีอำนาจสั่งในคำพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินที่เข้าไปยึดถือ ครอบครอง ถมดิน ซึ่งย่อมมีความหมายรวมถึงให้จำเลยและบริวารรื้อถอนต้นไม้หรือสิ่งปลูกสร้างออกไปได้ด้วย ดังนี้ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ได้มีคำพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนต้นไม้หรือสิ่งปลูกสร้างในที่ดินพิพาทออกไปจากที่ดินพิพาทด้วยก็ตาม ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจบังคับให้จำเลยและบริวารรื้อถอนต้นไม้หรือสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทตามบทบัญญัติดังกล่าวได้ คำสั่งศาลชั้นต้นจึงชอบด้วยกฎหมายและศาลชั้นต้นมีอำนาจออกหมายบังคับคดีได้คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองทางพิพาทซึ่งเป็นทางสาธารณะ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 362, 363 ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 90, 91, 108 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108