ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลระหว่างศาลปกครองกับศาลยุติธรรมในคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
การที่โจทก์เป็นหน่วยงานทางปกครองและจำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ไม่ทำให้คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ทั่วไปอยู่ในอำนาจศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่ต้องเป็นการกระทำที่เกิดจากการใช้อำนาจตามหน้าที่
คดีนี้มิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง แต่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
กองทุนสงเคราะห์ กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ฟ้องเจ้าหน้าที่ของตนเรียกค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดในการตรวจรับงานและอนุมัติจ่ายค่าจ้างตามสัญญาโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ทั่วไป มิใช่การใช้อำนาจในการสงเคราะห์ผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาอันเป็นหน้าที่โดยตรง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 8/2562ศาลแพ่งศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองกลางศาลผู้รับความเห็นกองทุนสงเคราะห์ กระทรวงศึกษาธิการ โจทก์นายพงษ์ชัย ศรีธัญพงศ์ ที่ 1 กับพวกรวม 6 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ (๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร คดีนี้กองทุนสงเคราะห์ กระทรวงศึกษาธิการโจทก์จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ แม้วรรคสองของมาตราดังกล่าวกำหนดว่า โจทก์ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ แต่การที่พระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้โจทก์มีวัตถุประสงค์ในการสงเคราะห์ผู้อำนวยการครู และบุคลากรทางการศึกษา และมาตรา ๕๕ (๔) กำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการต้องส่งเงินสมทบเพื่อการดำเนินงานของโจทก์ โจทก์จึงเป็น "หน่วยงานอื่นของรัฐ" อันเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ จำเลยทั้งหกซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของโจทก์จึงเป็น "เจ้าหน้าที่ของรัฐ" ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน อย่างไรก็ดี โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้ง