ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5696/2558

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.พ.พ. ม. 150
  • ม. 237
  • ม. 1336
  • มาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย
  • มาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5696/2558นายสมนึก พุ่มไฉยา และนายอารี วิไลวรรณ ผู้ชำระบัญชีร้องขอให้บริษัทสัมพันธ์ ประกันภัย จำกัด ล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องนายทองเบิ้ม ม่วงศิลป์ชัยผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 150, ม. 237, ม. 1336 ป.วิ.พ. ตาราง 1 ข้อ (2) (ก) พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 ม. 52 วรรคหนึ่ง (เดิม), ม. 54 วรรคหนึ่ง, ม. 88 (เดิม) พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 22, ม. 179 วรรคท้ายคำร้องของผู้ร้องเป็นการกล่าวอ้างว่านิติกรรมการโอนที่ดินพิพาทระหว่างลูกหนี้กับผู้คัดค้านที่ 1 ขัดต่อ พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 มาตรา 54 และมาตรา 88 ตกเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 เป็นอันเสียเปล่าไม่มีผล ผู้ร้องจึงขอให้ศาลเพิกถอนรายการจดทะเบียนในโฉนดที่ดินพิพาท ดังนี้ จึงหาใช่การขอให้เพิกถอนนิติกรรมการฉ้อฉล ตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 ไม่ แต่เป็นการที่ผู้ร้องซึ่งมีอำนาจจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 ใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนซึ่งทรัพย์สินของลูกหนี้จากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 ซึ่งไม่มีกำหนดอายุความ ลูกหนี้เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย จึงต้องอยู่ใต้การควบคุมของนายทะเบียนตาม พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 หมวด 2 การควบคุมบริษัท มาตรา 52 วรรคหนึ่ง (เดิม) และมาตรา 54 วรรคหนึ่ง หากบริษัทใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 52 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษตามมาตรา 88 (เดิม) บทบัญญัติดังกล่าวจึงมุ่งหมายที่จะคุ้มครองการประกอบธุรกิจประกันภัยซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินของประเทศและต่อผู้เอาประกันซึ่งเป็นผู้บริโภค ผู้ฝ่าฝืนย่อมเป็นความผิดทางอาญา จึงเป็นกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยข