ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2160/2562

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2160/2562นาย ช.โจทก์นาง พ. กับพวกจำเลยทรัพย์มรดกมีที่ดินเพียงสองแปลง จำเลยทั้งสามในฐานะผู้จัดการมรดกของ ด. โอนที่ดินทั้งสองแปลงโดยจดทะเบียนใส่ชื่อจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และ ร. ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2546 และใส่ชื่อจำเลยที่ 3 ในที่ดินอีกแปลงหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2546 โดยมิได้จัดแบ่งให้โจทก์ เมื่อเจ้ามรดกไม่มีทรัพย์มรดกอื่นใดที่จะจัดการต่อไปอีก ถือว่าการจัดการมรดกเสร็จสิ้น ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2546 การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยว่าจัดการมรดกไม่ชอบ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 ซึ่งเกินกว่าห้าปี นับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง คดีโจทก์จึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1733 วรรคสองโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามในฐานะผู้จัดการมรดกและในฐานะส่วนตัวจดทะเบียนแบ่งแยกทรัพย์มรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 54020 เลขที่ดิน 177 เนื้อที่จำนวน 6 ไร่ 1 งาน 36 ตารางวา ให้แก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสามไม่จดทะเบียนแบ่งแยกให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามในฐานะผู้จัดการมรดกจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 54020 เลขที่ดิน 177 ตามสัดส่วนที่โจทก์มีสิทธิได้รับในฐานะทายาทเป็นเนื้อที่จำนวน 1 ใน 7 ส่วน คิดจากเนื้อที่ 17 ไร่ 3 งาน 36.5 ตารางวา โดยปลอดภาระจำนอง หากจำเลยที่ 2 ไม่ไถ่ถอนจำนองให้โจทก์ไถ่ถอนจำนองได้เองโดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย และหากจำเลยทั้งสามไม่ดำเนินการจดทะเบียนแบ่งแยกให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา กับให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 7,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยก