ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3283/2562

ประเด็นกฎหมาย

ผู้ขอคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่าตนเป็นผู้รับประโย

หลักกฎหมาย

ผู้ขอคุ้มครองสิทธิมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าตนเป็นผู้รับประโยชน์ในทรัพย์สินโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน ตามมาตรา 50 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองสิทธิตามมาตรา 53

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับเป็นให้ยกคำร้อง คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์จำนวน 5,600 บาท ให้แก่ผู้ขอคุ้มครองสิทธิ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้คัดค้านที่ 6 จดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทแก่ผู้ขอคุ้มครองสิทธิหลังจากคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ยึดหรืออายัดที่ดินดังกล่าวไว้ชั่วคราว และผู้ขอคุ้มครองสิทธิยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองหลังจากศาลมีคำพิพากษาให้ที่ดินตกเป็นของแผ่นดินแล้ว โดยผู้ขอคุ้มครองสิทธินำสืบพยานหลักฐานไม่เพียงพอว่าตนรับจำนองโดยสุจริ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.วิ.พ. ม. 225
  • มาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
  • มาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3283/2562พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดผู้ร้องนาย ส.ผู้ขอคุ้มครองสิทธินาย ห. กับพวกผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. ม. 225 วรรคสอง, ม. 249 วรรคสอง (เดิม), ตาราง 1 (1) (ก) ท้าย ป.วิ.พ. พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ม. 50 วรรคสอง, ม. 53ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 7711 ของผู้คัดค้านที่ 6 เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และมีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 การที่ผู้ขอคุ้มครองสิทธิยื่นคำร้องขอให้ได้รับชำระหนี้จำนองจากที่ดินนั้นภายหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาดังกล่าว ศาลจึงต้องไต่สวนให้ได้ความตามมาตรา 50 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติให้ผู้ขอคุ้มครองสิทธิมีหน้าที่ต้องพิสูจน์เสียก่อนว่าตนเป็นผู้รับประโยชน์ในทรัพย์สินนั้นโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน ศาลจึงจะมีคำสั่งคุ้มครองสิทธิของผู้รับประโยชน์ตามมาตรา 53 ได้ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้ผู้ร้องมีภาระการพิสูจน์จึงไม่ชอบ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ผู้ร้องก็ยกขึ้นกล่าวในชั้นฎีกาได้ ตามคำร้องผู้ขอคุ้มครองสิทธิไม่ได้ทรัพย์สินไปเป็นของตนแต่อย่างใด โดยเพียงแต่ขอให้ได้รับชำระหนี้จำนองจากทรัพย์สินนั้นเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามสิทธิที่ตนมีอยู่เดิมเท่านั้น จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท ตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งคดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 6 คือที่ดินตามโฉนดเลขที่ 7711 เลขที่ดิน 208 (เดิมเป็นที่ดิน น.ส