ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4658/2562นาย บ.โจทก์นาง อ. กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 138 วรรคสอง (2), ม. 225 วรรคสอง, ม. 247 (เดิม) (2)สัญญาประนีประนอมยอมความเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ การที่โจทก์ฎีกาอ้างว่า ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ฉ้อฉลโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้กระทำได้นั้น จึงเป็นการกล่าวอ้างว่าคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 138 วรรคสอง (2) การตีความหนังสือมอบอำนาจท้ายคำฟ้องโจทก์ว่าผู้รับมอบอำนาจโจทก์มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้โจทก์ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ โจทก์ก็มีสิทธิฎีกาได้ โจทก์อุทธรณ์และฎีกาขอให้พิพากษาว่า สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมตกเป็นโมฆะและขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่ เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาชั้นละ 200 บาทโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบหกร่วมกันส่งมอบทรัพย์สินคืน หากคืนไม่ได้ขอให้ร่วมกันชำระเงิน 107,200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามคำขอท้ายฟ้องแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ที่ 9 ที่ 11 ถึงที่ 14 และที่ 16 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 8 ที่ 10 และที่ 15 ขาดนัดยื่นคำให้การ ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 8 และที่ 10 โดยผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงลายมือชื่อท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้