ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 93/2563

ประเด็นกฎหมาย

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดและศาลอาญาขัดแย้งกันในข้อเท็จจริงที่เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ และคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลมีอำนาจรับคำร้อ

หลักกฎหมาย

มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มิได้จำกัดเฉพาะคู่ความในคดีเท่านั้นที่ยื่นคำร้องได้ และไม่จำต้องเป็นคู่ความเดียวกันที่สลับกันเป็นคู่ความแต่ละฝ่ายในแต่ละศาล กำหนดเวลายื่นคำร้องภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำพิพากษาฉบับหลังถึงที่สุดไม่ใช่อายุความ คณะกรรมก

คำวินิจฉัย

จำหน่ายคดีจากสารบบความ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ร้องถูกสำนักงานศาลยุติธรรมมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ ฐานประมาทเลินเล่อและทุจริตต่อหน้าที่ ศาลยุติธรรมพิพากษายกฟ้องคดีอาญาทุกข้อหา ว่าผู้ร้องไม่มีพฤติการณ์ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือปลอมเอกสาร ศาลปกครองกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการทั้งหมด แต่ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาว่าคำสั่งลงโทษท

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 93/2563คำพิพากษาศาลอาญาศาลผู้ส่งความเห็น(ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง) ศาลปกครองสูงสุดศาลผู้รับความเห็นนายพงษ์ศักดิ์ หรือโภคัยเจริญศักดิ์ผู้ฟ้องคดีหรือพงศ์ศักฏิ์ ภูมิน้ำเงิน สำนักงานศาลยุติธรรม ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนผู้ถูกฟ้องคดี รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ป.อ. บทบัญญัติมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มิได้จำกัดเฉพาะคู่ความในคดีเท่านั้นที่จะยื่นคำร้องได้ ทั้งไม่จำต้องเป็นคู่ความเดียวกันที่สลับกันเป็นคู่ความแต่ละฝ่ายในแต่ละศาล เมื่อผู้ร้องอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผลของคำวินิจฉัยที่ศาลต่างระบบรับฟังข้อเท็จจริงที่เป็นการกระทำเดียวกันในข้อเท็จจริงที่เป็นเรื่องเดียวกันขัดแย้งกันผู้ร้องชอบที่จะยื่นคำร้องได้ ส่วนกำหนดเวลาที่ให้ยื่นคำร้องภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำพิพากษาฉบับหลังถึงที่สุด หาใช่อายุความที่จะต้องฟ้องคดีภายในกำหนด แม้ผู้ร้องจะยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม คณะกรรมการมีอำนาจรับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณา การที่ศาลแต่ละระบบรับฟังข้อเท็จจริงที่เป็นเรื่องเดียวกันซึ่งอาจแตกต่างกันกระทั่งขัดแย้งกันย่อมทำให้ผลของการปรับข้อเท็จจริงเข้ากับข้อกฎหมายนั้นส่งผลให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของแต่ละศาลขัดแย้งกันไปด้วย การโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแต่ละระบบเป็นเหตุประการหนึ่งที่ผู้ร้องจักแสดงให้เห็นว่ามีความขัดแย้งกันในข้อเท็จจ