ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 116/2563

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลระหว่างศาลปกครองกับศาลแรงงานในคดีที่เอกชนฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษทางวินัยไล่ออกและเรียกค่าเสียหาย

หลักกฎหมาย

คำสั่งลงโทษทางวินัยไล่ออกเจ้าหน้าที่ขององค์การมหาชนซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง เป็นคำสั่งทางปกครอง การลงโทษทางวินัยดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจทางปกครอง ความสัมพันธ์ระหว่างองค์การมหาชนกับเจ้าหน้าที่เป็นนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายมหาชนเข้าลักษณะสัญญาทางปกครอง มิใช่สัญญาจ้างแรงงาน ดังนั้นคดีพิพาทเกี่ยวกับคำสั่งลงโ

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ไม่ใช่ศาลแรงงาน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ซึ่งเป็นองค์การมหาชน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกคำสั่งลงโทษทางวินัยไล่ผู้ฟ้องคดีออกตามการชี้มูลความผิดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ผู้ฟ้องคดีขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งลงโทษทางวินัย ให้กลับเข้าทำงาน และชดใช้ค่าเสียหาย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 โต้แย้งว่าเป็นคดีแรงงาน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 116/2563ศาลปกครองเชียงใหม่ศาลผู้ส่งความเห็นศาลแรงงานภาค ๕ศาลผู้รับความเห็นนายวีระพล บุญชูดวงผู้ฟ้องคดีนายอนุชา ดำรงมณี กรรมการบริหารการพัฒนาพิงคนครผู้ถูกฟ้องคดีปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงาน พัฒนาพิงคนคร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 พ.ร.บ.องค์การมหาชน พ.ศ.2542 พ.ร.ฎ.จัดตั้งสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) พ.ศ.2556 คดีที่เอกชน ยื่นฟ้องกรรมการบริหารพัฒนาพิงคนคร ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร ที่ ๑ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ที่ ๒ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่ ๓ ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ออกคำสั่งลงโทษทางวินัยไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากการเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ตามการชี้มูลความผิดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากผู้ฟ้องคดีไม่ได้กระทำผิดอาญาและผิดวินัยร้ายแรง ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งลงโทษทางวินัย และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีกลับเข้าทำงาน พร้อมทั้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ชดใช้ค่าเสียหายจากการขาดรายได้ เห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เป็นองค์การมหาชน ซึ่งเป็นหน่วยงานอื่นของรัฐ และมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ เกิดจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีคำสั่งลงโทษไล่ออก โดยเห็นว่า การกระทำของผู้ฟ้องคดีตามมติของผู