คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินว่าอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง
แม้คดีจะมีลักษณะเป็นคำสั่งทางปกครอง แต่เมื่อสาระสำคัญเป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดิน คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม
กรณีเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์เป็นเอกชนฟ้องหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ขอให้เพิกถอนคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดิน โดยอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยโต้แย้งว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 123/2563ศาลจังหวัดเกาะสมุยศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองนครศรีธรรมราชศาลผู้รับความเห็นบริษัทโรงพยาบาลไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดโจทก์กรมเจ้าท่า ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องกรมเจ้าท่า ที่ ๑ อธิบดีกรมเจ้าท่า ที่ ๒ นาย ก. ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเกาะสมุย ที่ ๓ นาย ว. ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ ๔ ที่ ๔ จำเลย ว่า จำเลยที่ ๓ มีคำสั่งให้โจทก์รื้อถอนการถมดินและเขื่อนกันเซาะที่สร้างในที่ดินตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๕๗ เนื่องจากโจทก์ถมดินสร้างเขื่อนกันเซาะรุกล้ำที่ดินสาธารณประโยชน์ เนื้อที่ ๗,๕๖๓ ตารางวา โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งคำสั่ง จำเลยที่ ๔ มีคำสั่งยกอุทธรณ์ของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งว่าบางส่วนของที่ดินตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๕๗ ที่ถูกน้ำกัดเซาะ เนื้อที่ประมาณ ๗,๕๖๓ ตารางวา เป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ กับให้จำเลยทั้งสี่ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินเพียง ๒ ไร่ ส่วนที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะเป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน คำสั่งชอบด้วยกฎหมาย แม้จำเลยที่ ๑ เป็นหน่วยงานทางปกครอง จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และโจทก์ตั้งรูปเรื่องการฟ้องคดีเป็นการขอให้เพิกถอนคำสั่งให้โจทก์รื้อถอนการถมดินและเขื่อนกันเซาะของจำเลยที่ ๓ และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั