การโต้แย้งสิทธิในที่ดินระหว่างผู้ครอบครองในเขตปฏิรูปที่ดินกับผู้มีชื่อตาม น.ส. 3 ก. ว่าอยู่ในอำนาจศาลใด
คดีที่ผู้ฟ้องคดีมีคำขอให้เพิกถอน น.ส. 3 ก. แต่ความมุ่งหมายแท้จริงคือการรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดิน ถือเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ผู้ฟ้องคดีครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตาม ส.ป.ก. 4-01 ข เนื้อที่ 28 ไร่ 2 งาน 60 ตารางวา ผู้ถูกฟ้องคดีออก น.ส. 3 ก. เนื้อที่เท่ากันให้ผู้มีชื่อทับซ้อน โดยผู้มีชื่อไม่เคยครอบครอง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 124/2563ศาลปกครองนครราชสีมาศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดนางรองศาลผู้รับความเห็นนางหนู หรือหนูรัก ทองขันธ์ หรืออินทมาตย์ผู้ฟ้องคดีอธิบดีกรมที่ดินผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีนี้เอกชน ผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องอธิบดีกรมที่ดิน ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินตามหลักฐานหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. ๔-๐๑ ข) เนื้อที่ประมาณ ๒๘ ไร่ ๒ งาน ๖๐ ตารางวา ผู้ถูกฟ้องคดีออก น.ส. ๓ ก. เนื้อที่ ๒๘ ไร่ ๒ งาน ๖๐ ตารางวา ให้แก่ผู้มีชื่อทับซ้อนกับที่ดินของผู้ฟ้องคดี โดยผู้มีชื่อไม่ใช่เจ้าของและไม่เคยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอน น.ส. ๓ ก. ที่พิพาท ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า น.ส. ๓ ก. พิพาทออกโดยอาศัยหลักฐานแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) ซึ่งมีชื่อนายซ. เป็นผู้แจ้งการครอบครอง จึงถือว่าผู้มีชื่อเป็นผู้ครอบครองต่อเนื่องตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาก่อนพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินประกาศใช้บังคับ และพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ มิได้ถือเป็นการยกเลิกสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินแต่อย่างใด การออก น.ส. ๓ ก. ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของระเบียบและกฎหมาย จึงไม่มีกรณีที่จะต้องเพิกถอนหรือแก้ไข เห็นว่า คดีนี้ผู้ฟ้องคดีมีคำขอให้เพิกถอน น.ส. ๓ ก. ที่ออกทับซ้อนกับที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งผู้ฟ้องคดีได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ โดยอ้างว่า การออก น.ส. ๓ ก. ให้แก่ผู้มีชื่อนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่