ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 133/2563

ประเด็นกฎหมาย

ข้อพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ

หลักกฎหมาย

ข้อพิพาทเกี่ยวกับการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครอง (น.ค. 3 และโฉนดที่ดิน) ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคคลที่จะได้รับคัดเลือกให้เข้าเป็นสมาชิกนิคมสร้างตนเองแทนสมาชิกผู้ตาย มิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำ

คำวินิจฉัย

ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ฟ้องคดีเป็นบุตรของสมาชิกนิคมสร้างตนเองผู้ตายซึ่งได้รับการจัดสรรที่ดินตาม น.ค. 1 ผู้ฟ้องคดีเข้าครอบครองที่ดินต่อมา แต่เจ้าหน้าที่ออก น.ค. 3 และโฉนดที่ดินให้แก่พี่สาวของผู้ฟ้องคดีซึ่งมิได้ครอบครองทำประโยชน์ ผู้ถูกฟ้องคดีอ้างว่าเป็นการคัดเลือกทายาทโดยธรรมตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 133/2563ศาลปกครองอุบลราชธานีศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดศรีสะเกษศาลผู้รับความเห็นนายบุญสอน กาทอง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนผู้ฟ้องคดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ที่ 1 กับพวกรวม 6 คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 คดีที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสามเป็นเอกชน ยื่นฟ้อง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ที่ ๑ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ที่ ๒ กรมที่ดิน ที่ ๓ อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๔ สำนักงานที่ดินจังหวัด ที่ ๕ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด ที่ ๖ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓ อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสามเป็นบุตรของนาย อ. (บิดา) ซึ่งเป็นสมาชิกนิคมสร้างตนเองและได้รับการจัดสรรที่ดินให้ทำประโยชน์ตามหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค. ๑) เลขที่ ๗๘๑ เมื่อบิดาเสียชีวิต ผู้ฟ้องคดีทั้งสามได้เข้าครอบครองที่ดินดังกล่าวเรื่อยมา แต่เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค. ๓) เลขที่ ๑๑๒๐ ให้แก่นาง ม. (พี่สาวของผู้ฟ้องคดีทั้งสาม) ซึ่งมิได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินแปลงพิพาท อันเป็นการออกหลักฐาน น.ค. ๓ โดยผิดพลาดคลาดเคลื่อน และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ ได้ออกหลักฐานโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๔๓๑๙ โดยอาศัยหลักฐานตาม น.ค. ๓ ให้แก่นาง ม. จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอน น.ค. ๓ เลขที่ ๑๑๒๐ และเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๔๓๑๙ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ถึงที่ ๖ ระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๔๓๑๙ ส่วนผู้ถูกฟ้