ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1659/2564

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1659/2564พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตโจทก์นาย ส.จำเลย โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยโดยระบุว่าจำเลยตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านเลขที่ 436 ถนนภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต และตามข้อมูลทะเบียนราษฎรก็ระบุว่าจำเลยมีที่อยู่ที่บ้านเลขที่ดังกล่าว ประกอบกับในชั้นพิจารณา เมื่อจำเลยอ้างตนเองเป็นพยานต่อศาลก็ได้ระบุที่อยู่ดังกล่าวเป็นภูมิลำเนาของจำเลยเช่นเดียวกัน โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยแจ้งย้ายที่อยู่ใหม่แต่อย่างใด กรณีถือว่าบ้านเลขที่ดังกล่าวเป็นถิ่นที่อยู่ของจำเลย แม้จำเลยจะอ้างว่าจำเลยพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 29/31 หมู่ที่ 4 ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ก็ตาม หากเป็นความจริงก็ต้องถือว่าจำเลยมีถิ่นที่อยู่หลายแห่ง ดังนั้น บ้านเลขที่ 436 ย่อมเป็นภูมิลำเนาของจำเลยด้วยแห่งหนึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 38 คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ยื่นอุทธรณ์ เจ้าพนักงานศาลได้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2560 ที่บ้านเลขที่ 436 ถนนภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จำเลยไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์ภาค 8 เพื่อพิจารณาและนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 พร้อมกับหมายแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้โจทก์และจำเลยทราบ เจ้าพนักงานศาลส่งหมายแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 แก่จำเลยโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2560 เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 จำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยมีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายจับจำเลยเพื่อมาฟังคำพิพากษาและเลื่อนคดีไปนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ในวันที่ 20 ธันวาคม 25