ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2537

ประเด็นกฎหมาย

หนังสือลาออกที่มีเงื่อนไขบังคับก่อน โดยกำหนดให้การลาออกมีผลเมื่อได้รับการชำระคืนค่าหุ้นในราคาที่ตกลงกัน ถือเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนหรือไม่

หลักกฎหมาย

ข้อความในหนังสือลาออกที่ระบุว่าการลาออกจะมีผลต่อเมื่อได้รับการชำระคืนค่าหุ้นในราคาที่ตกลงกัน ถือเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน เพราะเป็นเหตุการณ์อันไม่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ในอนาคต และเงื่อนไขบังคับก่อนที่กำหนดให้นิติกรรมการลาออกมีผลนั้นจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานในฐานะลูกจ้างหรือไม่ก็ได้ ไม่มีบทกฎ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป โจทก์มีหนังสือลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2536 ถึงจำเลย ระบุว่าจะลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป โดยกำหนดการลาออกคือวันที่โจทก์ได้รับการชำระคืนค่าหุ้นในราคาที่ตกลงกันทั้งสองฝ่าย จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ออกจากงานตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2536 แต่ข้อเท็จจริงไม่ปร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2537นาย ณ รงค์ อัมพุชโจทก์บริษัท เบญจ ทศ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 182 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 หนังสือที่โจทก์มีไปถึงบริษัทจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างมีข้อความว่า เนื่องด้วยกระผมจะขอลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของบริษัทและจากมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารบริษัทระบุว่าทางบริษัทจะทำการซื้อหุ้นในส่วนของกระผมคืน ซึ่งกระผมก็ไม่ขัดข้อง สำหรับราคาค่าหุ้นจะมีมูลค่าเท่าไร ทางคณะกรรมการบริหารบริษัทได้มอบหมาย ว.เป็นผู้ทำการตกลงกับกระผมในอันดับต่อไป กระผมขอแจ้งให้ท่านทราบว่ากำหนดการลาออกของกระผมในตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการทั่วไปและในฐานะผู้ถือหุ้น คือวันที่กระผมได้รับการชำระคืนค่าหุ้นในส่วนของกระผมในราคาที่ตกลงกันทั้งสองฝ่าย ข้อความดังกล่าวให้ความหมายว่าโจทก์จะลาออกก็ต่อเมื่อโจทก์ได้รับการชำระคืนค่าหุ้นในส่วนของโจทก์ในราคาที่ตกลงกันแล้ว ถือได้ว่าเป็นข้อความอันบังคับไว้ให้การลาออกซึ่งเป็นนิติกรรมเป็นผลต่อเมื่อมีการชำระคืนค่าหุ้นในราคาที่ตกลงกันระหว่าง ว. กับโจทก์ซึ่งเป็นเหตุการณ์อันไม่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ในอนาคต ข้อความดังกล่าวจึงเป็นเงื่อนไข และจะมีผลเป็นการลาออกจากงานก็ต่อเมื่อเงื่อนไขดังกล่าวสำเร็จลงโดยโจทก์ได้รับการชำระคืนค่าหุ้นในราคาที่ตกลงกันเงื่อนไขดังกล่าวจึงเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน และเงื่อนไขที่กำหนดให้นิติกรรมการลาออกจากการเป็นลูกจ้างมีผลนั้นจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานในฐานะลูกจ้างหรือไม่ ก็ได้ เมื่อโจทก์ยังมิได้รับชำระคืนค่าหุ้นในราคาที่ตกลงกัน การลาออกของโจทก์จึงยังไม่มีผลบังคับโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ ต่อมาวันที่ 11 มีนาคม2536 จำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์มิได้กระทำความผิดและไม่เป็นธ