ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 701/2464

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจำคุกแทนค่าปรับหรือการใช้ราคาทรัพย์ในคดีปล้นทรัพย์ที่มีจำเลยเพียงคนเดียว

หลักกฎหมาย

มาตรา 93 และ 22 แห่งกฎหมายลักษณะอาญาใช้เฉพาะในคดีที่มีจำเลยหลายคนที่ถูกพิพากษาต่อหน้าศาล ส่วนคดีที่มีจำเลยคนเดียวและศาลพิพากษาให้จำเลยคนเดียวใช้ทุนทรัพย์ ต้องบังคับตามมาตรา 18 ซึ่งกำหนดให้จำคุกแทนวันละ 1 บาท แต่ไม่เกิน 1 ปี

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาตัดสินให้แก้คำพิพากษาศาลล่างเฉพาะเรื่องจำคุกแทนเงินนั้นว่า ถ้าจำเลยไม่ใช้ราคาทรัพย์ 502 บาท 50 สตางค์ ให้จำแทนวันละ 1 บาท แต่ไม่ให้เกิน 1 ปี ตามมาตรา 92 และ 18

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ร้าย 10 คนกระทำการปล้นทรัพย์ จับผู้ร้ายได้คนเดียว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ลงโทษฐานปล้น และให้จำเลยใช้ทรัพย์ 502 บาท 50 สตางค์แก่เจ้าทรัพย์ ถ้าจำเลยไม่มีเงินใช้ให้จำไถ่โทษในจำนวนเงินแต่เพียง 50 บาท 25 สตางค์ (แบ่งออกเป็น 10 ส่วนเท่าจำนวนผู้ร้าย) มีกำหนดวันละ 1 บาท

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 701/2464 กฎหมายลักษณะอาญา ผู้ร้าย ๑๐ คนกระทำการปล้นทรัพย์จับผู้ร้ายได้คนเดียว แลฟ้องต่อศาลๆ เดิมแลศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ลงโทษฐานปล้น กับให้จำเลยใช้ทรัพย์ ๕๐๒ บาท ๕๐ สตางค์ให้แก่เจ้าทรัพย์ ถ้าจำเลยไม่มีเงินใช้ให้จำไถ่โทษในจำนวนเงินแต่เพียง ๕๐ บาท ๒๕ สตาง (คือแบ่งออกเปน ๑๐ ส่วน เท่าจำนวนผู้ร้าย)มีกำหนดวันละ ๑ บาท ตามฎีกาที่ ๙๓๑/๖๒ ศาลฎีกาตัดสินให้แก้คำพิพากษาศาลล่างเฉภาะเรื่องจำคุกแทนเงินนั้นว่า ถ้าจำเลยไม่ใช้ราคาทรัพย์ ๕๐๒ บาท ๕๐ สตางค์ ให้จำแทนวันละ ๑ บาท แต่ไม่ให้เกิน ๑ ปี ตามมาครา ๙๒ แล ๑๘ แลศาลฎีกาเห็นว่าการที่ไม่บังคับตามมาตรา ๑๘ คือให้จำคุกแบ่งออกเปนแต่จำคุกเพียง ๕๐ วันนั้นผิด ศาลบังคับไม่ได้ แลกล่าวต่อไปว่ากฎหมายมาตรา ๙๓ แล ๒๒ นั้นสำหรับใช้เฉภาะในคดีที่มีจำเลยถูกคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดมาเฉภาะน่าศาลหลายคน ในคดีนี้จำเลยมาเฉภาะน่าศาลมีคนเดียว แลศาลพิพากษาให้จำเลยคนเดียวใช้ทุนทรัพย์ เพราะฉนั้นจึงควรบังคับตามมาตรา ๑๘()แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ