สมุหเทศาภิบาลมีอำนาจรับรองฎีกาในข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 หรือไม่
พระราชบัญญัติฎีกาอุทธรณ์ที่อนุญาตให้สมุหเทศาภิบาลลงชื่อรับรองฎีกาว่ามีเหตุอันสมควรที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยคดีนั้น ไม่ได้อนุญาตให้ใครแสดงตนว่าจะวินิจฉัยข้อเท็จจริงในการคดีดีกว่าศาลยุติธรรม
ฎีกาโจทย์ฟังไม่ขึ้นด้วยประการทั้งปวง
อัยการมณฑลมหาราษฎร์ฟ้องกำนันว่าทำผิดมาตรา 131, 134, 139 ศาลล่างและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องเพราะพยานไม่พอ โจทย์ฎีกาโดยสมุหเทศาภิบาลรับรองฎีกาว่าเห็นว่าพยานพอ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 887/2464 พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 รับรองฎีกา, ความเห็นสมุหเทศา,อัยการมณฑลมหาราษฎร์เปนโจทย์ฟ้องหาว่าจำเลยซึ่งเปนกำนันทำผิดมาตรา ๑๓๑ แล ๑๓๔,๑๓๙ ศาลล่างแลศาลอุทธรณ์ยกฟ้องในข้อเท็จจริง โจทย์ฎีกา มีสมุหเทศาภิบาลรับรองฎีกา ว่าเรื่องนี้ศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าพยานไม่พอ แต่ผู้รับรองเห็นว่าพยานพอ ฎีกาตัดสินว่าฎีกาโจทย์ฟังไม่ขึ้นด้วยประการทั้งปวงแลพระราชบัญญัติฎีกาอุทธรณ์ซึ่งอนุญาตให้สมุหเทศาภิบาลลงชื่อรับรองฎีกาว่ามีเหตุอันสมควรที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยคดีนั้นท่านไม่ได้อนุญาตให้ใครแสดงตนว่าจะวินิจฉัยข้อเท็จจริงในการคดีดีกว่าศาลยุติธรรม()แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ