ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3123/2564

ประเด็นกฎหมาย

ฟ้องโจทก์ในความผิดฐานกรรโชกชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เมื่อจำเลยเพียงบอกให้ผู้เสียหายทราบถึงโทษตามกฎหมายและเรียกเงินเพื่อช่วยเหลือในการดำเนินคดี

หลักกฎหมาย

การบอกให้ผู้เสียหายทราบถึงโทษตามกฎหมายและการเรียกเงินเพื่อช่วยเหลือในการดำเนินคดี ไม่เป็นการขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อเสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน เพราะผู้เสียหายถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว และการขู่จะตรวจสอบร้านค้าและดำเนินคดีหากพบความผิด ก็ไม่เป็นการขู่เข็ญ เพราะจะดำเนินคดีต่อเมื่อพบความผิดจริง

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยบอกผู้เสียหายซึ่งถูกจับกุมดำเนินคดีอยู่แล้วว่าผู้เสียหายกระทำความผิดที่มีอัตราโทษหนัก จำเลยสามารถช่วยเหลือให้ไม่ต้องรับโทษหนัก แต่ผู้เสียหายต้องชำระเงิน 20,000 บาท และจำเลยขู่จะตรวจสอบร้านค้าทุกเดือนและดำเนินคดีหากพบความผิด แต่หากชำระเงินเดือนละ 1,000 บาทจะไม่ตรวจสอบ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3123/2564พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่โจทก์นาย พ.จำเลย ป.อ. ม. 80, ม. 91, ม. 337 วรรคหนึ่ง ป.วิ.อ. ม. 195 วรรคสอง, ม. 225 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 การที่จำเลยบอกผู้เสียหายว่า ก. ผู้เสียหายกระทำความผิดที่มีอัตราโทษหนักต้องจำคุกหลายปีและมีโทษปรับเป็นเงินหลายแสนบาท จำเลยสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายให้ไม่ต้องรับโทษหนักและจะดำเนินคดีผู้เสียหายในความผิดที่มีอัตราโทษน้อย แต่ผู้เสียหายต้องชำระเงินให้แก่จำเลย 20,000 บาท มิใช่การขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อเสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้เสียหาย เพราะผู้เสียหายถูกเจ้าพนักงานจับกุมดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายอยู่แล้วในความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ซึ่งการจับกุมดำเนินคดีดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อเสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้เสียหาย จำเลยเพียงแต่บอกให้ผู้เสียหายทราบถึงโทษทัณฑ์ที่จะได้รับตามกฎหมาย และการเรียกเงินของจำเลยก็เพื่อช่วยเหลือในการดำเนินคดีมิให้ผู้เสียหายได้รับโทษหนัก ซึ่งหากผู้เสียหายไม่ให้เงินตามที่จำเลยเรียกร้องก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป การที่จำเลยขู่เข็ญผู้เสียหายต่อไปว่า จำเลยจะมาตรวจสอบที่ร้านค้าของผู้เสียหายทุกเดือนและหากพบการกระทำความผิดก็จะดำเนินคดีกับผู้เสียหาย แต่หากผู้เสียหายชำระเงินให้แก่จำเลยทุกเดือน เดือนละ 1,000 บาท จำเลยจะไม่มาตรวจสอบร้านค้าของผู้เสียหาย ก็มิใช่การขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อเสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้เสียหายเช่นกัน เพราะผู้เสียหายจะถูกดำเนินคดีตามที่จำเลยอ้างก็ต่อเมื่อมีการตรวจสอบร้านค้าของผู้เสียหายแล้วพบว่ามีการกระทำความผิดจริง การเรียกเงินของจำเลยเป็นเพียงเพื่อไม่ให้มีการตรวจสอบร้านค้าของผู้เสียหายเท่านั้น