ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2733/2537

ประเด็นกฎหมาย

การกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินเวนคืนตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาด เมื่อไม่มีการซื้อขายในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกา

หลักกฎหมาย

ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 76(2) เงินค่าทดแทนต้องกำหนดตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาดในวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงใช้บังคับ หากไม่มีการซื้อขายในวันดังกล่าว ศาลสามารถใช้ดุลพินิจนำราคาซื้อขายที่ดินที่มีสภาพและทำเลใกล้เคียงกันในภายหลังมาเปรียบเทียบเพื่อกำหนดราคาได้ ไม่จำเป็นต้องยึด

คำวินิจฉัย

ให้จำเลยที่ 2 ใช้เงินค่าทดแทนเพิ่มให้แก่โจทก์ทั้งหกจำนวน 2,778,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 3 เมษายน 2525 จนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงฯ พ.ศ. 2523 จำเลยกำหนดค่าทดแทนตามราคาประเมินของกรมที่ดิน แต่โจทก์นำสืบว่ามีการซื้อขายที่ดินใกล้เคียงในปี 2526 ในราคาตารางวาละ 15,000 บาท ซึ่งมีสภาพและทำเลคล้ายคลึงกัน ศาลฎีกาเห็นว่าราคาประเมินของกรมที่ดินไม่ใช่ราคาท้องตลาด และโจทก์มีสิทธิขอให้กำห

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2733/2537นาง เกษร อินท วา รี กับพวกโจทก์กระทรวงคมนาคม กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 76(2) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 76 มิได้บังคับว่าหากในวันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับไม่มีการจดทะเบียนซื้อขายกันที่สำนักงานทะเบียนที่ดินแล้ว จะต้องถือเอาราคาที่ดินของกรมที่ดินตามบัญชีกำหนดจำนวนราคาที่ดินตามราคาตลาดเพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมาเป็นเกณฑ์ การที่จำเลยที่ 2 ถือเอาราคาที่ดินตามบัญชีดังกล่าวมาเป็นเกณฑ์กำหนดเงินค่าทดแทนให้แก่โจทก์จึงไม่ถูกต้องเพราะมิใช่ราคาซื้อขายกันในท้องตลาด โจทก์จึงมีอำนาจขอให้กำหนดเงินค่าทดแทนให้แก่โจทก์ตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาดได้ ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ในวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงฯ ใช้บังคับ ไม่มีการซื้อขายที่ดินบริเวณที่ถูกเวนคืนการที่โจทก์นำสืบว่าได้มีการซื้อขายที่ดินที่มีสภาพและทำเลที่ตั้งเช่นเดียวกับที่ดินของโจทก์ ในราคาตารางวาละ 15,000 บาทจึงเป็นการเพียงพอที่ศาลจะใช้ดุลพินิจนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบเพื่อคำนวณหาราคาที่ดินของโจทก์ตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายกันในท้องตลาดในวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวใช้บังคับได้ จะถือว่าโจทก์ไม่นำสืบจึงต้องถือตามที่จำเลยที่ 2กำหนดไม่ได้โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสองใช้เงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืน จำนวน 5,464,825.62 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจำเลยทั้งสองให้การร่วมกัน ขอให้พิพากษายกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ใช้เงิ