การบังคับใช้มาตรา 14 ข้อ 4, 5, มาตรา 53 และมาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ในกรณีที่จำเลยล้มละลายระหว่างพิจารณา และโจทก์ขอให้เรียกเจ้าพนักงานรัก
เมื่อคดีค้างอยู่แล้ว จะต้องให้มาตรา 14 ข้อ 4 มาบังคับ ส่วนมาตรา 14 ข้อ 5, มาตรา 53 และมาตรา 55 นั้น กินความถึงทรัพย์สินที่ยังไม่มีคดีเรียกร้องเกิดขึ้นในระหว่างที่ศาลได้ออกคำสั่งให้รักษาทรัพย์ชั่วคราวหรือพิพากษาให้ล้มละลาย
ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และส่งสำนวนคืนไปยังศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นที่ขาดไป
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย ในระหว่างพิจารณาจำเลยล้มละลาย โจทก์ร้องขอให้ศาลเรียกเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์มาเป็นจำเลยแทน ศาลชั้นต้นยอมตามคำร้อง ศาลอุทธรณ์ไม่ตัดสินประเด็นค่าเสียหาย แต่วินิจฉัยว่าการสั่งให้เจ้าพนักงานรักษาทรัพย์มาเป็นจำเลยนั้นผิด ให้ยกคำสั่งนั้นเสีย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2464นายเสงฤาม้าหยั่นโจทก์นายเล่าซวงสือล. พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 14, ประเด็นโจทย์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยในระหว่างพิจารณาจำเลยล้มละลาย โจทย์ร้องขอให้ศาลเรียกเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์มาเปนจำเลยแทนศาลล่างยอม ศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯไม่ตัดสินในประเด็นที่ว่าโจทย์ควรได้รับค่าเสียหายฤาไม่ แต่วินิจฉัยว่าการที่ศาลตต่างประเทศสั่งให้เจ้าพนักงานรักษาทรัพย์มาเปนจำเลยนั้นผิด ให้ยกคำสั่งนั้นเสีย โจทย์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อคดีค้างอยู่แล้วจะต้องให้มาตรา ๑๔ ข้อ ๔ มาบังคับส่วนมาตรา ๑๔ ข้อ ๕ มาตรา ๕๓ แลมาตรา ๕๕ นั้นกินความถึงณี่สินที่ยังไม่มีพคดีเรียกร้องเกิดขึ้นในระหว่างที่ศาลได้ออกคำสั่งให้รักษาทรัพย์ชั่วคราวฤาพิพากษาให้ล้มละลายจึงให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แลส่งสำนวนคืนไปยังศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นให้ขาดไป()แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ