ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลระหว่างศาลปกครองกับศาลยุติธรรมในคดีที่พนักงานรัฐวิสาหกิจฟ้องเรียกให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษทางวินัยและคำสั่งให้ชดใช้ค่าสิ
นิติสัมพันธ์ระหว่างพนักงานรัฐวิสาหกิจกับรัฐวิสาหกิจเป็นนิติสัมพันธ์ในฐานะลูกจ้างกับนายจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 คดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง คดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพ
คดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง แต่เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ผู้ฟ้องคดีเป็นพนักงานของการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ถูกผู้ถูกฟ้องคดีมีคำสั่งไล่ออก ตัดเงินเดือน และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีรายงานข้อมูลอันเป็นเท็จและเสนอรายงานเพื่อให้อนุมัติการสงเคราะห์ปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดีทั้งที่สวนไม่เข้าเกณฑ์ ผู้ฟ้องคดีจึงฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและให้รับกล
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 17/2564ศาลปกครองสงขลาศาลผู้ส่งความเห็นศาลแรงงานภาค 9ศาลผู้รับความเห็นนาย ค.ผู้ฟ้องคดีการยางแห่งประเทศไทย ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 คดีที่อดีตนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ๖ สาขาป่าบอน จังหวัดพัทลุง การยางแห่งประเทศไทยยื่นฟ้องผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ที่ ๑ การยางแห่งประเทศไทย ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีคำสั่งไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากการเป็นพนักงานของและตัดเงินเดือนผู้ฟ้องคดี กรณีรายงานข้อมูลอันเป็นเท็จ และเสนอรายงานต่อหัวหน้าแผนกปฏิบัติการเพื่อพิจารณาแล้วเสนอความเห็นต่อผู้อำนวยการว่าสมควรอนุมัติให้การสงเคราะห์ปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดีทั้งที่สวนไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการสงเคราะห์ โดยที่ผู้อำนวยการไม่ทราบข้อเท็จจริงมาก่อน จึงอนุมัติให้การสงเคราะห์แก่ผู้ขอรับการสงเคราะห์ ตามที่ผู้ฟ้องคดีเสนอผู้บังคับบัญชา เป็นการกระทำผิดวินัยฐานทุจริตต่อหน้าที่การงานโดยปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ และฐานกระทำการอันเชื่อได้ว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามข้อบังคับคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย การกระทำของผู้ฟ้องคดีเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ อย่างร้ายแรง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ จึงมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทด