ข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินว่าอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง
การวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำละเมิดหรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นของโจทก์หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หากที่ดินเป็นของโจทก์ การก่อสร้างของจำเลยก็เป็นละเมิด แต่หากเป็นสาธารณสมบัติ จำเลยมีอำนาจกระทำได้ คำฟ้องของโจทก์มุ่งหมายให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินเป็นสำคัญ ข้อพิพาทจึงเป็นคดีพิพาทเ
ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนด อ้างว่าจำเลยทั้งสองบุกรุกวางท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพักในที่ดินของโจทก์เนื้อที่ 19.1 ตารางวา จำเลยทั้งสองให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นถนนลูกรังที่ประชาชนใช้สัญจรมาเกิน 10 ปี จึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ศาลวินิจฉัยว่าคำฟ้องของโจทก์มุ่งหมายให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินเป็นสำ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 26/2564ศาลจังหวัดสมุทรสาครศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองกลางศาลผู้รับความเห็นนาย ส.โจทก์เทศบาลนครสมุทรสาคร กับพวกรวม 2 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 คดีที่ โจทก์เป็นเอกชน ยื่นฟ้องเทศบาลนครสมุทรสาคร ที่ ๑ นาย ช. ที่ ๒ จำเลย อ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนด ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร กระทำละเมิดบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ด้านทิศตะวันตกแล้ววางท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพักคิดเป็นเนื้อที่ ๑๙.๑ ตารางวา ซึ่งโจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองขนย้ายท่อระบายน้ำและบ่อพักออกไปจากที่ดินของโจทก์แล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพัก และห้ามจำเลยทั้งสองเข้ามาในที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย และค่าขาดประโยชน์ พร้อมกับส่งมอบที่ดินคืนให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ส่วนจำเลยทั้งสองให้การว่า แต่เดิมที่ดินพิพาทเป็นพื้นผิวจราจรซึ่งเป็นถนนลูกรังของถนนท่าปรงซอย ๙ เป็นถนนที่ประชาชนทั่วไปใช้สัญจรโดยไม่มีผู้ใดหวงห้ามมาเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปี จึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และไม่อาจเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองได้ คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้เทศบาลนครสมุทรสาคร จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นราชการส่วนท้องถิ่น และจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นปลัดเทศบาล จะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒