ความรับผิดของโรงพยาบาลในฐานะหน่วยงานของรัฐต่อความเสียหายจากการรักษาพยาบาลที่เกิดจากท่อช่วยหายใจหลุด ว่าการกระทำของบุคลากรทางการแพทย์เป็นความประมาทเลิน
ภาระการพิสูจน์สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยได้รับความเสียหายตกแก่ผู้ให้บริการทางการแพทย์ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 29 แต่หากบุคลากรทางการแพทย์ได้ใช้ความระมัดระวังตามมาตรฐานวิชาชีพอย่างเหมาะสมกับสภาวการณ์แล้ว แม้เกิดความเสียหายก็ไม่ถือเป็นความประมาทเลินเล่อ แต่เป็นเหตุสุดวิสัย
ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
เด็กป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดเข้ารับการผ่าตัดต่อเส้นเลือดเทียม หลังผ่าตัดเกิดภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ แพทย์เปลี่ยนท่อช่วยหายใจจากเบอร์ 4 เป็นเบอร์ 4.5 เด็กกลับมามีสัญญาณชีพปกติ แต่เกิดสมองพิการถาวร ต่อมาพบว่าท่อช่วยหายใจหลุดจากหลอดลม แพทย์ยอมรับว่าท่อหลุดและขอรับผิดชอบ แต่ศาลฟังว่าแพทย์ใช้ความระมัดระ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2318/2564เด็กชาย ว. โดยนางสาว ศ. ผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวกโจทก์สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กับพวกจำเลย พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 ม. 29 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 สาเหตุที่ทำให้โจทก์ที่ 1 สมองพิการเกิดจากสาเหตุใด เป็นข้อเท็จจริงที่อยู่ในความรู้เห็นของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทางการแพทย์ ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่จำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 29 พยานจำเลยที่ 1 เบิกความว่าสาเหตุที่ทำให้โจทก์ที่ 1 สมองพิการเสียหายถาวรอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 ยังไม่อาจรับฟังข้อเท็จจริงไปทางหนึ่งทางใดโดยแจ้งชัด จึงต้องถือว่ายังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้ว่าโจทก์ที่ 1 มีอาการสมองพิการเสียหายถาวรช่วยเหลือตนเองไม่ได้เพราะสาเหตุใดแน่ ตรงกันข้ามกับทางนำสืบของโจทก์ทั้งสอง ที่มีโจทก์ที่ 2 และ ส. บิดาโจทก์ที่ 1 เบิกความยืนยันตรงกันว่า หลังเกิดเหตุบุคลากรทางการแพทย์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ทำการผ่าตัดโจทก์ที่ 1 ได้พูดยอมรับว่า เหตุที่โจทก์ที่ 1 มีอาการดังกล่าวเนื่องจากท่อช่วยหายใจหลุดและขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ทั้งตามบันทึกการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นของผู้รับบริการ จังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า หลังการผ่าตัด เมื่อเกิดปัญหากับโจทก์ที่ 1 วิสัญญีแพทย์ทำการตรวจสอบตำแหน่งท่อช่วยหายใจอีกครั้ง เนื่องจากสงสัยว่ามีเสียงลมรั่วไม่เข้าปอด ซึ่งพบว่าท่อช่วยหายใจไม่ได้อยู่ในตำแหน่งของหลอดลม จึงได้รีบใส่ท่อช่วยหายใจใหม่โดยเพิ่มขนาดจากเบอร์ 4 เป็นเบอร์ 4.5 ตำแหน่งที่ใส่อยู่ที่ 12 เซนติเมตร แม้การจ่ายเ