ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 34/2564

ประเด็นกฎหมาย

มติของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ให้ยุติเรื่องร้องเรียนเป็นคำสั่งทางปกครองหรือไม่ และศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้หรือไม่

หลักกฎหมาย

มติของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ให้ยุติเรื่องร้องเรียนตามมาตรา 10(1) แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ในการพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ มิใช่การใช้อำนาจที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์หรือกระทบต่อสิทธิหน้าที่ของบุคคล จึงมิใช่คำสั่งทางปกครองตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏ

คำวินิจฉัย

มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ให้ยุติเรื่องร้องเรียนของผู้ฟ้องคดีมิใช่คำสั่งทางปกครอง การฟ้องขอให้เพิกถอนมติไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง คดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ฟ้องคดีจองซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกับบริษัท อ. จำกัด โดยพนักงานขายรับรองว่าน้ำไม่ท่วม ผู้ฟ้องคดีวางเงินจอง 100,000 บาท กำหนดเข้าอยู่เดือนพฤศจิกายน 2554 แต่เกิดน้ำท่วมโครงการ ทำให้ไม่สามารถเข้าอยู่ได้ ผู้ฟ้องคดีบอกเลิกสัญญาและขอเงินจองคืน แต่บริษัทเพิกเฉย ผู้ฟ้องคดีร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 34/2564ศาลปกครองกลางศาลผู้ส่งความเห็นศาลแขวงดุสิตศาลผู้รับความเห็นนาย น.ผู้ฟ้องคดีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 คดีนี้ นาย น. ยื่นฟ้อง คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ความว่า เมื่อปี ๒๕๕๔ ผู้ฟ้องคดีได้จองซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในโครงการจัดสรรที่ดินกับบริษัท อ. จำกัด เนื่องจากพนักงานขายของบริษัทฯ รับรองว่าโครงการดังกล่าวน้ำไม่ท่วม ผู้ฟ้องคดีจึงได้วางเงินจองไว้กับบริษัทฯ เป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท มีกำหนดเข้าอยู่ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ แต่เมื่อถึงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ ได้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมโครงการดังกล่าว ทำให้ไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยได้ ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือบอกเลิกสัญญาจองและขอรับเงินจอง จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ที่วางไว้คืน แต่บริษัทฯ เพิกเฉย ผู้ฟ้องคดีจึงได้มีหนังสือร้องเรียนต่อผู้ถูกฟ้องคดี ที่ ๒ ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีคำสั่งให้บริษัทฯ คืนเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีและบริษัทฯ ไปชี้แจงข้อเท็จจริงและทำการไกล่เกลี่ย บริษัทฯ ปฏิเสธที่จะคืนเงินจอง จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่จะชำระเงินให้ผู้ฟ้องคดีในลักษณะเป็นเงินช่วยเหลือจำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ผู้ฟ้องคดีปฏิเสธที่จะรับเงินช่วยเหลือดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ จึงมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ให้ยุติเรื่องร้องเรียน ผู้ฟ้องคดีเห็นว่ามติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่ให้ยุติเรื่องร