ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2510ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือโจทก์นายโมฮันซิงห์ โคนาราล. ป.อ. ม. 300 ป.วิ.อ. ม. 158 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม. 19, ม. 20ฟ้องด้วยวาจานั้น ผู้ว่าคดีต้องบรรยายข้อเท็จจริงให้ปรากฏครบถ้วนพอที่ศาลจะลงโทษตามบทกฎหมายที่ขอประกอบด้วยข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลา สถานที่และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องพอสมควร เท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี และมาตราซึ่งบัญญัติว่า การกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงมาตรา 19 ด้วย และเป็นหน้าที่ของศาลต้องถามผู้ต้องหา ถ้าให้การรับสารภาพ ศาลจะบันทึกคำฟ้องให้ได้ใจความแห่งข้อหาเพื่อพิพากษาคดีต่อไป ถ้าคำฟ้องที่ศาลบันทึกไว้ไม่ปรากฏว่าที่บาดเจ็บรักษา 30 วันหายนั้นถึงสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 ข้อใด ศาลย่อมพิจารณาบันทึกคำฟ้องประกอบหลักฐานการฟ้องด้วยวาจาและรายงานชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องได้ เมื่อเห็นว่าปรากฏข้อเท็จจริงพอที่จะพิจารณาพิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ได้ ก็พิพากษาลงโทษไปได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 5/2510)โจทก์ฟ้องด้วยวาจา ศาลบันทึกคำฟ้องและคำรับสารภาพว่า จำเลยขับรถจักรยานยนต์สองล้อด้วยความประมาท โดยแซงรถยนต์ซึ่งจอดอยู่ด้วยความเร็วสูง ขณะนั้นเด็กชายปรีชา ดอกพุฒ ได้วิ่งข้ามถนน จำเลยเห็นแล้วว่ามีเด็กวิ่งข้ามถนน จำเลยสามารถหยุดหรือชลอความเร็วรถได้แต่จำเลยไม่กระทำ กลับขับต่อไป ชนเด็กชายปรีชาล้มลงได้รับบาดเจ็บรักษา ๓๐ วันหายตามใบชันสูตรท้ายฟ้อง เหตุเกิดที่ตำบลสวนจิตรลดา อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๒๘; ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๔๘๑ มาตรา ๔; ฉบับที