ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2510นายเหลือ เขื่อนขันธ์โจทก์นายบุญช่วย เขื่อนขันธ์ นางอนงค์ เขื่อนขันธ์โจทก์ร่วมนางหล่ำ บุญมี 1 นายงึ้น บุญมี ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ม. 1375 ป.วิ.พ. ม. 248, ตาราง คู่กรณีพิพาทกันเกี่ยวกับที่ดินราคา 15,000 บาท ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาล 437.50 บาท เห็นได้ว่าเรียกค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ 17,500 บาท (ราคาที่ดินรวมกับค่าเสียหาย) จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ จำเลยเข้าไปปลูกห้องแถวในที่พิพาทโดยไม่ได้อาศัยสิทธิจากโจทก์แต่อย่างใดเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี ถือได้ว่าโจทก์ถูกแย่งการครอบครอง แต่โจทก์ไม่ได้ฟ้องเรียกคืนภายในกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันถูกแย่งครอบครอง โจทก์หมดสิทธิฟ้องร้อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 แล้วโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ภริยาจำเลยที่ ๒ ได้ขอแบ่งซื้อที่ดินของโจทก์โดยมีข้อตกลงกันว่าจำเลยทั้งสองจะต้องชำระค่าที่ดินของโจทก์ ๑๕,๐๐๐ บาท ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๐๕ แล้วจำเลยก็ได้เข้าทำการปลูกสร้างห้องแถวที่ดินของโจทก์ เมื่อถึงเดือนพฤศจิกายน โจทก์ได้ทวงถามเรื่องเงินค่าซื้อที่ดิน จำเลยกลับขอผัดผ่อนไม่สิ้นสุด เป็นการผิดสัญญา โจทก์ได้บอกกล่าวเลิกสัญญากับจำเลย และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามขอให้บังคับขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์และให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยสู้ว่าไม่เคยขอแบ่งซื้อที่ดินโจทก์ ที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ เป็นที่หวงห้าม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง นายบุญช่วย เขื่อนขันธ์ และนางอนงค์ เขื่อนขันธ์ ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมด้วย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทอยู่ในความครอบครองของโจทก์ การที่จำเลยเข้าปลูกสร้างห้องแถวในที่พิพาทได้ก็เพราะจำเลยที่ ๑ ได้ขอซื้อที่นั้นจากโจทก