ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2512นายคำผุย การภักดี ผู้เยาว์ โดยนางยม การภักดีในฐานะมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมโจทก์ร้อยตำรวจโทปั่น พงษ์เดิมจำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 21 ป.อ. ม. 157ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 21 กล่าวถึงบุคคลที่กระทำการรังแก ข่มเหงผู้อื่น หรือประกอบอาชีพในทางผิดกฎหมายบางจำพวกว่าเป็นบุคคลที่ประพฤติตนเป็นอันธพาลโดยมิได้จำแนกไว้โดยชัดเจนว่าบุคคลเหล่านั้นรังแกข่มเหงขู่เข็ญหรือรบกวนผู้อื่นเป็นลักษณะความผิดอะไรบ้าง ส่วนหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ 2498/2502 กล่าวถึงผู้กระทำผิดในคดีฉุดคร่าอนาจาร ล่อลวงข่มขืน และลวงไปฆ่าว่าเป็นภัยแก่สังคม ทั้งนี้ความผิดดังกล่าวก็มีลักษณะเป็นการรังแกข่มเหงผู้อื่นตามประกาศคณะปฏิบัติฉบับที่ 21 นั่นเอง จึงเท่ากับเป็นการชี้ถึงความผิดทั้ง 4 ประเภทโดยเฉพาะว่าเป็นการกระทำของบุคคลที่ประพฤติตนเป็นอันธพาล ผู้เสียหายถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานพยายามข่มขืน กระทำชำเราและกระทำอนาจาร การกระทำของผู้เสียหายจึงเข้าหลักเกณฑ์ตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 21 และหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ 2498/2502 จำเลยจึงมีอำนาจควบคุมตัวไว้เพื่อสอบสวนได้ไม่เกิน 30 วันโจทก์ฟ้องว่า จำเลยแกล้งขังโจทก์เป็นบุคคลอันธพาล โดยไม่ได้สอบสวนเสียก่อนว่าโจทก์เป็นบุคคลอันธพาลหรือไม่ และไม่ได้รายงานขออนุญาตหัวหน้าสถานีตำรวจ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘, ๑๕๐, ๑๖๕, ๒๐๐, ๓๐๙, ๓๑๐, ๑๕๗, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่าคดีมีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘, ๑๕๗, ๓๑๐ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ แก้ไขเพิ่มเติมปี ๒๕๐๒ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๓๑๐ ลงโทษตามมาตรา ๑๕๗ ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุก ๑ ปี แต่ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒