ข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินว่าอยู่ในอำนาจของศาลปกครองหรือศาลยุติธรรม
คดีที่ผู้ฟ้องคดีมีคำขอให้ศาลบังคับกันเขตทางสาธารณประโยชน์เพื่อให้รับรองและคุ้มครองสิทธิในที่ดินของตน แม้จะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ถูกฟ้องคดีด้วย แต่เมื่อข้อพิพาทเป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดินเป็นสำคัญ คดีดังกล่าวจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดินเป็นสำคัญ กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 5384 กล่าวอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 และที่ 5 ซึ่งเป็นเอกชนบุกรุกทางสาธารณประโยชน์ ทำให้แนวเขตทางสาธารณะเปลี่ยนไปอยู่ในที่ดินของผู้ฟ้องคดีและเนื้อที่ดินลดลง 2 งาน 4.8 ตารางวา ผู้ฟ้องคดีร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและขอให้ศาลกันเขตทางสาธารณประโยชน์ให้มีสภาพดังเ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 80/2564ศาลปกครองอุบลราชธานีศาลผู้ส่งความเห็นศาลจังหวัดอุบลราชธานีศาลผู้รับความเห็นนาย ธ.ผู้ฟ้องคดีนายอำเภอวารินชำราบ กับพวกรวม 5 คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ป.ที่ดิน ป.พ.พ. คดีนี้ นาย ธ. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องนายอำเภอวารินชำราบ ที่ ๑ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งหวาย ที่ ๒ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี สาขาวารินชำราบ ที่ ๓ นาง จ. ที่ ๔ นางสาว พ. ที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี สรุปคำฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๓๘๔ ด้านทิศเหนือติดกับเขตทางสาธารณประโยชน์ ถัดขึ้นไปเป็นที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ตามโฉนดเลขที่ ๖๒๘๘๕ และที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ ตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๖๒๘๘๔ ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และที่ ๕ บุกรุกทางสาธารณประโยชน์ ทำให้แนวเขตทางสาธารณะเปลี่ยนแนวไปอยู่ในที่ดินของผู้ฟ้องคดีและจำนวนเนื้อที่ดินของผู้ฟ้องคดีน้อยลง แต่ที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และที่ ๕ มีจำนวนเนื้อที่ดินเพิ่มขึ้น ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อให้ได้เขตทางสาธารณะและที่ดินของผู้ฟ้องคดีกลับคืนมา ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้กันเขตทางสาธารณประโยชน์ให้มีสภาพดังเดิม โดยให้กันเขตที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และที่ ๕ เพื่อไม่ให้มีการบุกรุกเขตทางสาธารณประโยชน์ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้า ให้การโดยสรุปว่า ทางสาธารณประโยชน์เส้นนี้มีมาก่อนการออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดี ซึ่งอยู่ในแนวเขตเดิมที่เจ้าของเดิมได้